China, What's Next?

ตรวจ หวย งวด 1 กันยายน 2562: China’s Challenges: Environment

ดู บอล ออนไลน์ ชัด,คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BOJ มีมติให้คงนโยบายการเพิ่มฐานเงินที่อัตราราว 80 ล้านล้านเยนต่อปี ผ่านทางการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ (7 ต.ค.) แนะ ซื้อเก็งกำไร หุ้น IRPC ราคาเหมาะสม 4.20 บาทคาดว่าหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีจะ Outperform ตลาดในวันนี้จากการเร่งตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ NYMEX ที่เพิ่มขึ้น 4.9% จากเดือนก่อนจากความคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุมระหว่างกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันทั้ง OPEC และ Non-OPEC ต่อสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก ที่คาดว่าจะกำหนดขึ้นภายในสิ้นเดือน ต.ค.,ทั้งนี้ จีนและรัสเซียเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด เนื่องจากธนาคารกลางของทั้ง 2 ประเทศต้องการกระจายทุนสำรองให้อยู่ในรูปทองคำเพิ่มขึ้น ขณะที่ลดการถือครองดอลลาร์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้พุ่ง 6 จุด ตลาดฯได้รับแรงหนุนจากหุ้นพลังงาน หลังราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นมาก ขณะที่ตลาดภูมิภาคอยู่ในแดนบวกเช่นเดียวกัน โดยดัชนีฯล่าสุดเมื่อเวลา 10.57 น. ดัชนีหุ้นไทย อยู่ที่ 1,377.07 จุด บวก 6.38 จุด หรือ 0.47% สูงสุด 1,378.26 จุด ต่ำสุด 1,373.59 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.28 หมื่นล้านบาท,ธุรกิจ : ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในระบบความถี่ 800 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ KC ยังชี้แจงรายละเอียดโครงการที่จำหน่ายไปว่า โครงการ เค.ซี. เนเชอร์รัลซิตี้ รามคำแหง จำนวนแปลงทั้งโครงการ 208 แปลง โอนขายให้แก่ลูกค้าของโครงการไปแล้ว 94 แปลง คงเหลือ 114 แปลง ซึ่งในจำนวนแปลงที่คงเหลือ 114 แปลงนั้น แบ่งเป็นบ้านตัวอย่างที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ (100%) จำนวน 5 หลัง, ก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จรอติดอุปกรณ์ไฟฟ้าและทาสี (มากกว่า 85%) จำนวน 8 แปลง, ก่อสร้างโครงสร้างแล้ว (55-85%) จำนวน 10 แปลง, ก่อสร้างเฉพาะฐานราก (5%) จำนวน 41 แปลง, และ ที่ดินเปล่าจำนวน 50 แปลงแผนดำเนินงานหลังจากจดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น บริษัทฯ จะเดินหน้ามุ่งขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่สดไปยังตลาดอียูและญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกให้มากขึ้น รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่วัตถุดิบด้วยการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานภายใต้แบรนด์ ไทยอร่อย ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้แก่ผลิตภัณฑ์ โดยปัจจุบันได้เริ่มทำตลาดผลิตภัณฑ์ไส้กรอกเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมีแผนขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม คาดว่าจากแผนงานดังกล่าว จะช่วยให้ TFG สามารถรักษาอัตราการเติบโตของผลการดำเนินงานได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และช่วยรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ในระดับ 15%ด้านนายรัฐชัย ภิชยภูมิ กรรมการบริหาร PAE เปิดเผยว่า ธุรกิจให้บริการด้านธุรกิจน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเคมี ยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งบริษัทมีแผนจะขยายบริการเพิ่มเติมในกลุ่มลูกค้าเดิม โดยปรับปรุงโรงประกอบ และเพิ่มอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร ในการให้บริการ อีกทั้งจะขยายบริการสู่กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ที่มีความจำเป็นต้องซ่อมบำรุงระบบเชื้อเพลิงในโรงงาน ตลอดจนศึกษาโอกาสการขยายบริการไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียนด้วยเช่นกัน, การเสนอขาย RO ของบริษัทในครั้งนี้ คณะผู้บริหารมีเจตนารมณ์แก้ไขปัญหาฐานะทางการเงินของบริษัทให้อยู่ในสถานะที่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และขยายกิจการทั้งธุรกิจเดิม ธุรกิจใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ หากบริษัทไม่สามารถเพิ่มทุนได้สำเร็จ ส่งผลทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบมากขึ้น ณ สิ้นปี หากเป็นเช่นนั้นหุ้น PAE จะเข้าข่ายถูกเพิกถอนและต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อผู้ถือหุ้นรายย่อยเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน ทั้งนี้บริษัทจะนำเรื่องการเพิ่มทุนดังกล่าว เสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 ต.ค.นี้ต่อไป นางอุไรรัตน์กล่าว INTUCH Trading buy ปิด: 73.25 แนวรับ: 73.0-71.50 แนวต้าน: 75.5-77.0 SET ภาคบ่ายพุ่งทะลุ 1,400 จุดได้ตามคาด หลังได้รับแรงหนุนจากหุ้นสื่อสาร ขณะที่TFGเปิดเทรดที่ราคา 1.75 บาท ณ เวลา 9.58น. มาที่ 1.76 บาท ลดลง 0.19 บาท หรือ 9.74% สูงสุด 1.75 บาท ต่ำสุด 1.75 บาท จากราคาขาย IPO ที่ 1.95 บาท ส่วนเงินยูโรช่วงเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 1.1238 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1267 ดอลลาร์/ยูโรMAJOR แนะนำซื้อหากผ่าน 33.50 ราคาสามารถยืนเหนือ EMA 15 วันได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการทะยานขึ้นของ MACD หากยืน 33.50 ได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 37.00 สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) SCC-F มูลค่าสูงสุด 681.6 ลบ.ราคาปิด : 1.75,ขณะที่ลูกค้าเก่ามีความต้องการสินเชื่อมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากไตรมาส 3 เข้าสู่ฤดูเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ทำให้มีลูกค้าเข้ามาขอรับสินเชื่อเพิ่ม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสรุปตัวเลขงบการเงิน และรอการตรวจสอบของผู้สอบบัญชี กลุ่มคิงพาวเวอร์ เทขายหุ้น RS เกือบเกลี้ยงพอร์ตธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษในการประชุมวันนี้ และได้คงระดับการประเมินว่า เศรษฐกิจฟื้นตัวปานกลาง แม้แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงซบเซาอยู่ก็ตาม โดย BOJ มีมติให้คงนโยบายการเพิ่มฐานเงินที่อัตราราว 80 ล้านล้านเยนต่อปี ผ่านทางการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่ส่วนความสัมพันธ์กับบริษัทโมเดิร์น รามอินทรา และบริษัท สุวรรณภูมิกรีน ทางบริษัทได้ทำหนังสือสอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างบจ. รวมชัย กับบริษัท โมเดิร์น รามอินทรา และบริษัท สุวรรณภูมิกรีน กับนายชาย งามอัจฉริยะกุล อดีตกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหาร ซึ่งในปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับการชี้แจงจากนายชายแต่อย่างใด , สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก เหตุวิตกศก.หนุนแรงซื้อทองดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทะยานขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีฮั่งเส็งพุ่ง 684.14 จุด หรือ 3.13% ปิดวันนี้ที่ 22,515.76 จุด โดยนักลงทุนคาดหวังว่าจีนจะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงปี 2558 ไว้ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี。

ทั้งนี้เมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed) มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นสูงกว่าผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน (Non-Listed) โดยผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 59.6 ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าในไตรมาสก่อนหน้า。 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 และต่ำสุดในรอบ 16 เดือน-SCB เป็นธนาคารที่มีอัตราส่วน ROE ที่สูงที่สุดในกลุ่มแบงก์ (16% ในปี 59) และยังเป็นธนาคารที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงมากเทียบกับกลุ่ม จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยสามารถลด ต้นทุนดอกเบี้บจ่ายได้อย่างต่อเนื่องจากการเพิ่ม สัดส่วน CASA นอกจากนี้ตัว Cost/income ก้ยังอยู่ในระดับต่ำเกือบที่สุดในอุตสาหกรรมTGCI ราคาปิด 3.10 บาทประเมินดัชนีจะอ่อนตัวลง ประเมินการไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ระดับ 1,400 จุด กระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน โดยเรามองว่ากลุ่มที่มีแนวโน้มถูกขายทำกำไรในภาคบ่ายคือกลุ่มธนาคาร ซึ่งปรับตัวลงน้อยกว่ากลุ่มที่ปรับตัวขึ้นก่อนหน้าและระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยสนับสนุนใหม่ มองแนวรับระยะสัปดาห์ที่ระดับ 1,360 จุด และคงแนะนำลดพอร์ตเพื่อถือเงินสดมากขึ้น แนวรับ 6.90 แนวต้าน 7.70ราคาหุ้น บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ณ เวลา 10.03 น.อยู่ที่ 72.00 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 3.23% มูลค่าการซื้อขาย 211.42 ล้านบาท ทั้งนี้ราคาซื้อขายดังกล่าวเป็นราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้เจรจาตกลงกัน โดยจะมีการปรับเพิ่มเมื่อมีการโอนขายห้องชุดที่สร้างเสร็จแล้วทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน ณ วันที่ทำรายการนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขายและโอนกรรมสิทธิ์ภายใต้การจัดการของ BTS ในฐานะผู้ถือหุ้นเดิม BMCL บวก 2.22% รับ Sentiment บวกจาก ครม.ปลดล็อคงานเดินรถสายสีน้ำเงิน,คำแนะนำของ ASLซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เน้นยืน 3.62 ได้เท่านั้นPTTEP Trading buy ปิด 69.75 แนวรับ 69.75-68.75 แนวต้าน 72-73。 TRUE บวก 3.09% โบรกฯคาดงบฯ Q3/58 พลิกเป็นกำไร-พร้อมสุดสำหรับ 4Gนอกจากนี้ บริษัทจะนำเงินบางส่วนไปลงทุนในโรงงานไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย ขนาด 45 เมกะวัตต์ โดยร่วมทุนกับพันธมิตรในสัดส่วน 30% ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดราว 3.5-3.7 พันล้านบาท คาดว่าจะเริ่มใช้เงินทุนราวในปี 59 และจ่ายไฟเข้าระบบ (COD) ได้ประมาณปี 62 มอง SET บ่ายนี้ น่าจะเริ่มผันผวนในกรอบ หลังซื้อขายเข้าใกล้ P/E 58 ที่ 15 เท่า หรือ 1390 จุด ซึ่งมักจะมีแรงเทขายลงมา มองกรอบบ่ายนี้ที่ 1370-1390 จุด ,ปัจจัยไทย หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 และต่ำสุดในรอบ 16 เดือน รับปัจจัยลบจาก ธปท. ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ(GDP)ไทยในปี 58 เหลือโต 2.7% จากเดิมคาดโต 3% หลังจากมองว่ามีความเสี่ยงทางเสรษฐกิจสูงขึ้นจากการส่งออกชะลอตัวรวมทั้งปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 59 เหลือ 3.7% จากคาดโต 4.1% เป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีน-SCB เป็นธนาคารที่มีอัตราส่วน ROE ที่สูงที่สุดในกลุ่มแบงก์ (16% ในปี 59) และยังเป็นธนาคารที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงมากเทียบกับกลุ่ม จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยสามารถลด ต้นทุนดอกเบี้บจ่ายได้อย่างต่อเนื่องจากการเพิ่ม สัดส่วน CASA นอกจากนี้ตัว Cost/income ก้ยังอยู่ในระดับต่ำเกือบที่สุดในอุตสาหกรรมHANA (จากกราฟ) มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 30 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 33.25 บาทโดยเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้พัฒนาโครงการในหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งในแถบรอบนอกกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมทั้งแนวเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะโครงการ ดิ โอเชียน ไนท์บริดท์ ศรีราชา วานนี้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อทั้งตลาดหุ้นและอนุพันธ์กว่า 1,210 ล้านบาท และ 11,179 สัญญา ตามลำดับ หลังตลาดคาดว่าเฟดยังอาจยังไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ตามมองว่าเป็นแรงหนุนเพียงระยะสั้น หลังเศรษฐกิจมหภาคไทยยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ รวมถึงผลประกอบการ Q3 ของกลุ่มธนาคารยังคาดชะลอตัว PTTE28C1512B +40.0% (PTTEP +5.4%)IRPC (BUY : Consensus [email protected]) : แม้ช่วง 3Q58 คาดขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน แต่ช่วง 4Q58 คาดฟื้นตัวจากการเริ่มเดินเครื่องโครงการสุดท้ายของโปรเจคฟินิคซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต หนุนอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น + เป็นช่วง High Season ของน้ำมัน หนุนปี 58 คาดพลิกมีกำไรปกติ 7.4 พัน ลบ. และปี 59 คาดโตต่อ 8%YoY จึงแนะนำ ซื้อ ฮั่งเส็งปิดเช้าพุ่ง 240.18 จุด คาดเฟดยังไม่รีบขึ้นดบ.หลังศก.โลกซบเซา กลุ่มคิงพาวเวอร์ เทขายหุ้น RS เกือบเกลี้ยงพอร์ต ฮั่งเส็งปิดเช้าพุ่ง 240.18 จุด คาดเฟดยังไม่รีบขึ้นดบ.หลังศก.โลกซบเซา ช่วงนี้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาไม่ค่อยดี ล่าสุดดุลการค้าก็ขาดดุลมาก จึงทำให้ตลาดมองว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มีน้อยลง นักบริหารเงิน กล่าว ขณะที่พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.80-36.00 บาท/ดอลลาร์นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 36.28/29 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 36.35 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวตามค่าเงินในภูมิภาค หลังดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก เนื่องจากเมื่อคืนประกาศตัวเลขขาดดุลการค้ามากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ตลาดเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มีโอกาสสูงมากขึ้นที่จะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ออกไปโดยนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ แถลงว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 3 ปี 2558 พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) มีค่าเท่ากับ 52.2 สูงกว่าค่ากลาง และปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส 2/2558) ซึ่งดัชนีมีค่าเท่ากับ 50.4 แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการมีความความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’