New Leaders Forum

ลงทะเบียนฟรี แจ็ ค พอ ต gclub: Security and the Life Sciences

revolt pc,The Siam Cement (SCC TB; THB 444.00) ซื้อเหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดผลกระทบในด้านลบมากมาย รวมถึงการที่กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีสถานทูตและสถานกงสุลของซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะราน จนเป็นเหตุให้ซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) เดือน ธ.ค.58 อยู่ที่ 106.11 ขยายตัว 0.68% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.57 แต่หดตัว -0.02% เมื่อเทียบกับ พ.ย.58 ส่งผลให้ Core CPI ทั้งปี เพิ่มขึ้น 1.05%แนวรับ 9.00-9.30 บาท,หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงอย่างหนัก โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และหุ้นเวลส์ ฟาร์โก ต่างก็ร่วงลงอย่างน้อย 2.6% ขณะที่หุ้นแมคกรอว์ ฮิลล์ ไฟแนนเชียล และหุ้นฮันทิงตัน บองซ์แชร์ ร่วงลงกว่า 3.2% นักลงทุนจับตาดูข้อมูลด้านตลาดแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 20.15 น.ตามเวลาไทย ADP จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐในเดือนธ.ค. ,ขณะที่บริษัทคาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเปิดโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทางพิเศษถนนกาญจนาภิเษก รวมระยะทาง 17 กิโลเมตร คาดจะเปิดใช้บริการได้ในช่วงปลายเดือนก.ค.59 หรือต้นเดือนส.ค.59 รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน ระยะทาง 23 กิโลเมตร รวม 16 สถานี มีจำนวนรถไฟ 21 ขบวน คาดจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนก.ค.59อาจเกิดจากแรงขายของสถาบันในประเทศที่ทำการ Redeem เพื่อเตรียมเงินสดรองรับคำสั่งขาย LTF ที่จะมีเข้ามาในช่วงต้นปี โดยกลุ่มสื่อสารเป็นเป้าหมายหลักในการเทขายของสถาบัน (วันนี้ทิ้งดิ่งลงกว่า 4.3%)ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่าแรงกดดันนี้น่าจะอยู่กับตลาดแค่ในช่วง 1-2 วันนี้ขณะเดียวกันบริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการสำหรับปี 58 จะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ จากปริมาณขายน้ำมันที่เติบโตมากกว่า 20% พร้อมทั้งค่าการตลาดอยู่ในระดับที่น่าพอใจตลาดภูมิภาคปรับลง [Nikkei225 +0.00%][FBMKLCI +0.44%][HSI -2.31%][SSE +0.17%][TAIEX -2.68%]จากความกังวลในสถานการณ์ตะวันออกกลาง และดัชนี PMI ภาคการผลิตที่หดตัวลงของจีน ,ตลาดหุ้นยุโรปดีดตัวขึ้นขานรับข่าวธนาคารกลางจีนประกาศอัดฉีดเงินมูลค่า 1.30 แสนล้านหยวน หรือ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่ระบบการเงินเมื่อวานนี้ เพื่อลดความตื่นตระหนกของนักลงทุน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างหนักหลังจากที่ตลาดหุ้นจีนถูกกระหน่ำขายและดิ่งลงไปแว่า 7% จนเป็นเหตุให้ตลาดหุ้นจีนตัดสินใจใช้ระบบเซอร์กิต เบรกเกอร์ เพื่อลดความผันผวนของตลาดนอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงตัวเลขจ้างงานเดือนธ.ค.จาก ADP, ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนธ.ค., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ย., ดัชนีภาคบริการเดือนธ.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์, ข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค. และสต็อกสินค้าและยอดค้าส่งเดือนพ.ย.ด้านปัจจัยในประเทศ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ ดังนั้น ปี 2559 จะเป็นปีที่น่าสนใจอีกปีหนึ่ง และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไปTVD(ราคาปิดภาคเช้า 1.14),กระทรวงการคลังอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2558 นั้นขยายตัวเพียง 4.73% จากปีก่อนหน้านั้น ซึ่งถือว่าพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5.7% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าทางรัฐบาลได้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายและการลงทุนก็ตาม、ลงทะเบียนฟรี dafabet จ่าย ไหม、ขณะที่แรงขายหุ้นกลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC INTUCH มองว่าเป็นแรงขายเพื่อปรับพอร์ตของนักลงทุนที่ยังไม่ได้ปรับพอร์ตปลายปี ขณะที่ในทางพื้นฐานถือว่าเป็นระดับราคาที่ ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง 8-9% แล้ว ,5. เงินทุนไหลออกจากเอเชีย ในปี 2558 ที่ผ่านมาพบว่า กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นภูมิภาคถึง 7.4 พันล้านเหรียญ (จากที่เคยซื้อสุทธิราว 2.3 หมื่นล้านเหรียญเมื่อปี 2557) และหากพิจารณาเป็นรายประเทศ พบว่า ไต้หวันเป็นตลาดเดียวที่ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิราว 3.3 พันล้านเหรียญ แต่ถือว่าเป็นการซื้อสุทธิที่น้อยลงเมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ซื้อสุทธิราว 1.3 หมื่นล้านเหรียญ ส่วนที่เหลือล้วนขายสุทธิ เริ่มจาก เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ขายสุทธิราว 3.6 พันล้านเหรียญ, 1.6 พันล้านเหรียญ และ 1.2 พันล้านเหรียญ ตามลำดับ เทียบกับที่เคยซื้อสุทธิในปี 2557 ทั้ง 3 ประเทศ ส่วนตลาดหุ้นไทยต่างชาติได้ขายสุทธิสะสมสูงสุดในภูมิภาคราว 4.4 พันล้านเหรียญ หรือ ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิสะสมที่สูงกว่าปี 2557 กว่า 4 เท่าตัว (ปี 2557 ถูกขายสุทธิสะสมราว 1.1 พันล้านเหรียญ)นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำอย่างคึกคัก หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างหนัก นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังกดดันให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้น และหันเข้าซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย。

2. อนุมัติลดหย่อนรายปีภาษีโรงเรือนและที่ดินในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ บมจ.การบินไทย(THAI) ปีภาษี พ.ศ.2550 2551 ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ คิดเป็นค่ารายปีจำนวนเงิน 105,182,267.44 บาท (คำนวณจากค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน 13,147,783.43 บาท) โดยอาศัยอำนาจตามนัยมาตรา 31 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2534นอกจากนี้ บริษัทเมอร์เมด มาริไทม์ ยังมีบริษัทร่วมที่เป็นเจ้าของเรือขุดเจาะแบบ Jack-up อีกจำนวน 3 ลำ โดยเรือขุดเจาะทั้ง 3 ลำนั้นทำสัญญาจ้างงานกับ Saudi Aramco Oil Company และสามารถสร้างส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีในช่วงระหว่างปี 2556-2559 พร้อมทั้งมีทางเลือกในการต่อสัญญาอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัทอยู่ในช่วงการขยายกองเรือโดยได้สั่งต่อเรือขุดเจาะแบบ Tender ลำใหม่จำนวน 2 ลำซึ่งคาดว่าจะได้รับการส่งมอบในปี 2559 อย่างไรก็ตาม เรือขุดเจาะดังกล่าวยังไม่มีสัญญาจ้างงานแต่อย่างใด สถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ยาวนานในธุรกิจเรือขนส่งสินค้าและธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง โดย ณ เดือนกันยายน 2558 บริษัทมีเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองจำนวน 38 ลำ ในจำนวนนี้ 24 ลำเป็นเรือที่บริษัทเป็นเจ้าของ และอีก 14 ลำเป็นเรือที่บริษัทเช่าใช้งาน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่ค่อนข้างผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของค่าระวางเรือเป็นสำคัญ ภาวะชะลอตัวของการค้าในตลาดโลกและอุปทานส่วนเกินของเรือขนส่งสินค้าส่งผลให้ค่าระวางเรือลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยเฉพาะเรือที่บริษัทเป็นเจ้าของนั้นลดลง 26% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งอยู่ที่ 6,752 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน แนวรับ : 8.00 และ 7.90 Selective หุ้น 3 กลุ่ม ที่คาดว่าจะ Outperform ในช่วง ไตรมาส1/59: ดังนี้,กราฟทำรูปแบบกลับตัว W shape โดยราคาสามารถยกตัวขึ้นเหนือเส้น EMA 10 วันได้ตลอดซึ่งแสดงถึงแนวโน้มเชิงบวกชัดเจน สอดคล้องกับ RSI + MACD ชี้ขึ้นสนับสนุนทิศทาง จึงมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อได้ ย้อนรอย 6 ปัจจัยสำคัญกดดันตลาดหุ้นตลอดปี 2558 BIG LOTเช้านี้ CENTEL มูลค่าสูงสุด 15.36 ลบ.ราคาเฉลี่ย 43.88 บ./หุ้น,กราฟของ NCL ในขณะนี้ถือว่า down side risk แทบไม่มี อยู่ bottom อย่างมาก แค่กระตุกนิดเดียวก็วิ่งเปี้ยวได้เลย โครงสร้างเป็น W-shape โดย Stoch มี Divergence+ หมายถึงสะสมกำลังเตรียมกระชากตัว และก็แปลกตรงที่วิ่งคราใดแรงทุกที รอบนี้น่าสนใจ สั้นก็ได้ กลางก็ดี มีแนวต้านเทคนิค 3 บาท ขอให้รวยทั้งนี้ แนะนำเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ซึ่งจะผลักดันกำไรเติบโตโดดเด่นกว่าอุตสาหกรรมฯ ได้แก่ SAT (ราคาเป้าหมาย 22.75 บาท) ซึ่งเป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มฯ ที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่องจากออเดอร์ใหม่ๆ อีกทั้งราคาปัจจุบันยังมี PER ต่ำ และ Upside สูงขณะเดียวกันบริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการสำหรับปี 58 จะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ จากปริมาณขายน้ำมันที่เติบโตมากกว่า 20% พร้อมทั้งค่าการตลาดอยู่ในระดับที่น่าพอใจสำหรับหุ้น 10 อับดับแรกที่หนุนดัชนี ณ เวลา 14.46 น. มีดังนี้ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้ลงนามในหนังสือบันทึกข้อตกลงซื้อขายเรือกับผู้ซื้อเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.58 โดยเรือพลอยไพลิน นารี มีขนาดระวางบรรทุก 26,472 เดทเวทตัน สร้างขึ้นเมื่อปี 38 ซึ่งได้ส่งมอบเรือเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.58ทั้งนี้ ราคาทดสอบแนวต้าน 72 บาทแล้วสัปดาห์ก่อนมีจังหวะย่อตัว แนวรับ 66 บาท) SAWAD AOT AAV (มองกำไรออกมาดี หลังราคาน้ำมันปรับลดลงต่อเนื่องใน ไตรมาส4/58 และเป็นช่วง High Season ของธุรกิจท่องเที่ยว)ขณะที่ในวันเดียวกันนายชูรัชฏ์ ชาครกุล ได้มาซึ่งหลักทรัพย์ LALIN จำนวน 6.06% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 6.36% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการตลาดภาคเช้าปิดปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดรอบบ้านมีทิศทางไม่ชัดเจนสลับบวกและลบ โดยแรงขายกดดันตลาดมาจากหุ้นกลุ่ม ICT เป็นหลักนำโดย ADVANC, INTUCH, JAS และ TRUE สำหรับปริมาณการซื้อขายถือว่าอยู่ในระดับที่หนาแน่นที่ 2.3 หมื่นล้านบาท, วิตกปัญหาตะวันออกกลาง-ศ.ก.จีน กดดอลล์อ่อนค่า、การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบในวันนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่า ธนาคารกลางจีนยังคงยึดมั่นในนโยบายผ่อนคลายการเงิน สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ ADVANC-F มูลค่าสูงสุด 542.87 ลบ.。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.