The Debate

ตรวจ หวย 1 ธันวาคม 2561 mthai: Politics and Climate Change

next88 รหัส ฟรี เครดิต, TVO คาดกำไรปีนี้นิวไฮ-ตั้งเป้า 3-5 ปีมีสัดส่วนส่งออกเพิ่มเป็น 10-15%สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง นายพาที คาดว่า บริษัทยังรับรู้ผลขาดทุนของบริษัท สายการบินนกสกู๊ด จำกัด(NOK ถือหุ้น 51%) ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่ NOK ขาดทุน 458 ล้านบาท ที่สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนในบริษัท สายการบินนกสกู๊ด จำกัด ทำให้ทั้งปี 58 NOK ยังเผชิญผลขาดทุนแม้ว่าสายการบินนกแอร์จะมีผลประกอบการดีขึ้นในปีนี้ เทียบกับปี 57 ที่ NOK มีผลขาดทุน 471.6 ล้านบาททั้งนี้ บริษัทยังคงเป้ายอดขายในปีนี้ที่ 1.67 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 7 เดือนแรกบริษัททำยอดขายได้แล้วเกือบ 8 พันล้านบาท และมีมูลค่ายอดขายรอโอน(Backlog)อยู่ที่ 7.93 พันล้านบาท โดยจะรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ 3 พันล้านบาท TSTH มั่นใจงวดปี 58/59 พลิกกำไรหลังบริหารต้นทุนดี-ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนธุรกิจเอทานอลคาดว่ารายได้ในปี 59 จะลดลงไม่มากจากปีนี้ เพราะตั้งเป้าจะมีปริมาณขายเพิ่มขึ้นมาที่ 120 ล้านลิตร จาก 106 ล้านลิตรในปีที่แล้ว แต่ราคาขายคงไม่สูงกว่าปีนี้ โดยในช่วงครึ่งแรกปีนี้มีราคาเฉลี่ยที่ 25 บาท/ลิตร และคาดว่าราคาเฉลี่ยในช่วงครึ่งปีหลังจะลดลงราว 0.30 บาท/ลิตร ส่วนราคาขายเอทานอลในปี 59 มองว่าจะอยู่เฉลี่ยราว 23 บาท/ลิตร ใกล้เคียงกับราคาในช่วงครึ่งหลังปีนี้ SET ปิดลบเกือบ 7 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 4.91 พันลบ.สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทำรายการดังกล่าวคือ การขยายการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวจะช่วยให้กลุ่มบริษัทมีบริการโทรคมนาคมที่หลากหลายครอบคลุมการติดต่อสื่อสารที่มากขึ้น ทั้งยังเป็นการประสานประโยชน์กับธุรกิจปัจจุบันของกลุ่มบริษัทซึ่งจะช่วยให้กลุ่มบริษัทมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคตนอกจากนี้ ในไตรมาส 4 นี้ บริษัทจะเปิดจุดบินใหม่ โดยวันที่ 1 ต.ค.นี้จะบินไปเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และในเดือน พ.ย.คาดว่าจะเปิดจุดบินใหม่ในจีนอีก 1 จุดบินทั้งนี้ปกติระดับการเตือนภัยจะอยู่ในระดับที่ 4 จากทั้งหมด 5 ระดับ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเมื่อสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดมากขึ้น นอกจากการยกระดับการเตือนภัยแล้ว ทางกองทัพเกาหลีใต้ก็ได้ระดมกำลังลาดตระเวน เพื่อจับตาการเคลื่อนไหวของกองทัพเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิดมากขึ้น,นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,แนวรับ 1.11-1.14 บาทสำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทำรายการดังกล่าวคือ การขยายการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวจะช่วยให้กลุ่มบริษัทมีบริการโทรคมนาคมที่หลากหลายครอบคลุมการติดต่อสื่อสารที่มากขึ้น ทั้งยังเป็นการประสานประโยชน์กับธุรกิจปัจจุบันของกลุ่มบริษัทซึ่งจะช่วยให้กลุ่มบริษัทมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคตส่วนโครงการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินโดนีเซียนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรท้องถิ่น หากรัฐบาลประกาศหรือเปิดให้ยื่นประมูลก็พร้อมจะเข้าร่วมประมูลด้วย โดยมองการลงทุนที่เกาะสุมาตรา มีกำลังการผลิตที่จะยื่นราว 150-300 เมกะวัตต์ ซึ่งจะใช้ถ่านหินประมาณ 3 ล้านตัน/ปี คาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีก 1 ปีข้างหน้า1. นายสมบัติ พานิชชีวะ 50,000,000 หุ้นSIAM ราคาปิด 3.58 บาทราคาหุ้นลงมาต่ำมาก บริเวณ 3 บาทจะเห็นแรงรับต่อเนื่อง และเกิดเป็น Double bottom โดยการดีดตัวเมื่อวานเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ เป็น Tower แบบ Bullish Engulfing ขณะที่ RSI ไต่ขึ้นล่วงหน้าแล้ว ประเมินว่าถ้าวอลุ่มเข้าต่อเนื่องจะเป็น W-shape มีต้านแรก 3.50 บาท ต้านถัดไป 4 บาทต้องกลับไปให้ได้ ไม่งั้นการเพิ่มทุนเพื่อซื้อโรงไฟฟ้าอาจจะต้องปรับราคากันใหม่ ถ้าปรับต่ำลงเงินก็จะไม่พอแนวโน้มภาคบ่าย: คาดยังปรับขึ้นลำบาก แต่น่าซื้อสะสมแล้ว,SET50 Index Futures: รอบเช้าเกาะ Sideway ช่วง 878-883 จุด อยู่ในโซนฐานล่าง 870-875 จุดซึ่งไม่ควรหลุดแนวนี้ลงไป2. โครงการ Bangna Business Complex ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.7 จังหวัดสมุทรปราการ มูลค่ารวมประมาณ 2,390 ล้านบาท。

อย่างไรก็ตาม บมจ.ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น ได้แจ้งขอแก้ไขราคาเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทย่อยดังนี้ จากเดิมจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 44,000,000 หุ้น พาร์ 1 บาท โดยมีราคาเสนอขายหุ้นละ 1.344 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 59,136,000 บาท ให้กับนักลงทุนหรือบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) เป็น ราคาเสนอขายหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นมูลค่า 44,000,000 บาท,แนว cut loss หากใกล้จะหลุด 1.12 บาทสั้นๆรอ Follow Buy เหนือ 2.34 บาทหุ้นเนทฟลิกซ์ ร่วงลง 7.8% ขณะที่หุ้นวอลท์ ดีสนีย์ ดิ่งลง 6% หลังจากนักวิเคราะห์ได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าว ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนส.ค.ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีน ปิดภาคเช้าวันนี้ร่วงลงอย่างหนัก-3.04% จากข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนเบื้องต้นเดือนส.ค. ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกันไคซิน อยู่ที่ระดับ 47.1 ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก.ค.ที่ระดับ 47.8 ยังแสดงให้เห็นถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิต และได้กดดันให้ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเช้าปรับตัวลดลงเช่นกัน -2.32% ซึ่งต่างปรับลงตามการร่วงลงของตลาดหุ้นนิวยอร์ก จากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยดัชนีดาว โจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง -2.06% ดัชนี NASDAQ ปิด -2.82% ดัชนี S P500 ปิดลดลง -2.11% นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 277,000 ราย แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 21 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง Selective รายตัวอย่างรับเหมาฯ ค้าปลีก SET จะดูดีขึ้นเมื่อทะลุ 1,380 จุด,บล.แมคควอรี กล่าวว่า SET50 Put วอลุ่มเทรดพุ่งทะลุ 100 ล้านหน่วยวานนี้ หลังจากที่ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่อง จากความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ รวมทั้งแรงกดดันจากราคาน้ำมันกิบที่ปรับตัวลงแรง ซึ่งกดดันราคา PTT อีกด้วย ยกตัวอย่าง DW ที่ได้รับความสนใจ เช่น S5028P1509B ปรับตัว +3.8% และ S5028P1509C +5.1% เทียบกับดัชนีราคา SET50 Index ที่ปรับตัวลง -0.8% และ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50U15 ที่ปิดตลาด -0.9% รวมทั้ง PTT28P1511A ที่ปิด +15.4% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลง -5.5% เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 12.60 ตัดขาดทุนที่ 11.00 บาท,โดยการพัฒนาโครงการเมืองถ่ายหนังครบวงจรดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่มีเป้าหมายครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจบริการให้เช่าอุปกรณ์ และสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ และเป็นผู้ให้บริการที่ครอบคลุมการผลิตภาพยนตร์ ภายใน 3 ปีข้างหน้าโดยมีให้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ ,มีลุ้นตั้งหลัก เพื่อรีบาวด์กลับขึ้นไป : SET เริ่มมีจังหวะฟื้นตัวรีบาวด์ตั้งหลักกลับขึ้นไปที่แนวรับ 1,370 จุด จะดีขึ้นถ้าสามารถทะลุแนว 1,383-88 จุดได้ อาจกลับขึ้นไปทดสอบ 1,394 และ/หรือ 1,400-1,409 จุด ซึ่งต้องรอดูไปทีละแนวต้านราคาหุ้นลงมาต่ำมาก บริเวณ 3 บาทจะเห็นแรงรับต่อเนื่อง และเกิดเป็น Double bottom โดยการดีดตัวเมื่อวานเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ เป็น Tower แบบ Bullish Engulfing ขณะที่ RSI ไต่ขึ้นล่วงหน้าแล้ว ประเมินว่าถ้าวอลุ่มเข้าต่อเนื่องจะเป็น W-shape มีต้านแรก 3.50 บาท ต้านถัดไป 4 บาทต้องกลับไปให้ได้ ไม่งั้นการเพิ่มทุนเพื่อซื้อโรงไฟฟ้าอาจจะต้องปรับราคากันใหม่ ถ้าปรับต่ำลงเงินก็จะไม่พอแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นและลงได้ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่ โดยหนึ่งในปัจจัยที่ต้องติดตามคือการแกว่งตัวของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มปรับตัวลงค่อนข้างมาก เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองมีจำนวนมาก ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง และมีผลกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นไทย โดยในสัปดาห์หน้ายังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและปริมาณน้ำมันสำรองอย่างต่อเนื่อง8.ไม่มีการจำกัดการถือครองคลื่นความถี่ (Overall Spectrum Cap) แล้ว,นางอรรชกา สีบุญเรือง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมขณะที่มองราคาโมลาสซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ในช่วงปี 59 น่าจะอยู่ที่อยู่ที่ตันละ 4,000 บาทต้นๆ ต่ำกว่าปีนี้ที่ 4,700 บาท/ตัน เนื่องจากราคาน้ำตาลถูกมากส่งผลให้ราคาโมลาสก็น่าจะปรับลงด้วย แต่ราคาโมลาสจะไม่ลงมากเท่ากับราคาน้ำตาลเพราะยังมีความต้องการใช้เพื่อผลิตเอทานอลอยู่ ราคาอยู่ในช่วงลุ้นการฟื้นตัวกลับจาก MAVs support with volume surge อยู่ ดังนั้นหากไม่หลุดแนวรับที่ 15.1 ลงมาให้ STOPLOSS ก็จะดู OK ต่อ เพราะ Indicatorระยะสั้นก็ยังคงเล่นอยู่ในช่องสัญญาณเชิงบวกเลยทำให้ Trading สั้นๆ ได้สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดในแดนบวก โดยได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากที่รายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนในเรื่องเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย。

Newt Gingrich and Mitt Romney seems to have cooled on climate change. Do they mean what they say, or said?

Earlier this month, the Doomsday Clock – popularized by the graphic novel Watchmen – was moved a minute closer to midnight, leaving it set at five minutes to midnight, or “Doomsday.”

This isn’t the closest it has been (that was back in 1953, when the United States and Soviet Union tested thermonuclear devices and the clock was set at 11:58 pm). But at a time of growing international concern over Iran’s nuclear program – and the announcement by Iran that it won’t “grin and bear” newly tightened sanctions and the EU decision to ban the import of Iranian oil – the decision to move the clock is interesting.

What is also interesting, though, is that Iran wasn’t one of the biggest factors driving the latest change. Earlier today, I spoke with Kennette Benedict, executive director of the Bulletin of the Atomic Scientists, the magazine established by Manhattan Project scientists in 1945 that created the Doomsday Clock.

The full transcript from my interview with her will be available online later this week for Diplomat Brief newsletter subscribers, but two of the issues she said were of most concern were the failure of the United States and Russia to significantly reduce their nuclear arsenals, and climate change.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Climate change hasn’t always been a factor in setting the clock’s hands, but was introduced as a consideration in 2007.

“As we consulted with climate scientists and others we began to understand the enormity that the world faces in disruption of climate, and the possibility that we might get to the point of runaway climate change,” she told me.

“We’re mindful of the coming fresh water scarcity, and the possibility of wars being fought over them – wars with nuclear weapons.”

Two nuclear-armed states that she may well have had in mind are India and Pakistan. The Economist ran a sobering piece in November noting that the head of Pakistan’s armed forces, Gen. Ashfaq Kayani, has cited water as justification for his “India-centric” military posture.

“Others take it further. ‘Water is the latest battle cry for jihadis,’ says B.G. Verghese, an Indian writer,” The Economist reported. “‘They shout that water must flow, or blood must flow.’ Lashkar-e-Taiba, a Pakistani terror group, likes to threaten to blow up India’s dams. Last year a Pakistani extremist, Abdur Rehman Makki, told a rally that if India were to ‘block Pakistan’s waters, we will let loose a river of blood.’”

As I suggested at the weekend, one of the foreign policy yardsticks for measuring the seriousness of the Republican presidential candidates could be their position on climate change. Jon Huntsman, for example, took a brave stand last year in saying he trusted climate scientists. (Former?) frontrunner Mitt Romney, meanwhile, had a sounder record as Massachusetts than he than he now wants to take credit for.

Which brings me to the other front runner – Newt Gingrich.

“It’s no secret that Republican presidential contender Newt Gingrich has had a soft spot for climate change in the past,” Mother Jones notes. “He sat on a couch with Nancy Pelosi talking about how we can all work together to solve global warming. He even wrote a book about our collective obligation to care for the planet, the sequel to which is currently in the works.”

Sadly, Gingrich appears to himself have developed a case of the flip-flops. Fast forward a few years to the Iowa caucus campaign and he was keen to reassure gathered voters that global warming “hasn’t been totally proven” and that even if it were, he would still oppose a cap-and-trade solution to combat carbon emissions.

You’d hope that with two nuclear-armed rivals breathing down each other’s parched throats, that a candidate for the most powerful office in the world might have a strong enough incentive not to downplay the challenge global warming poses to international security.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This is one of those cases where voters should hope the politician doesn’t actually mean what he says.