China, What's Next?

sboibc888 mp3: China’s Challenges: Economy

top games of 2017,สำหรับมาตรการรองรับของ กฟผ. 3 ด้าน คือ 1.ด้านระบบผลิตไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 1 พร้อมเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล ตรวจสอบโรงไฟฟ้าภาคใต้ทั้งหมดให้พร้อมใช้งาน งดการหยุดเครื่องบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าภาคใต้ในช่วงหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ และประสานการไฟฟ้ามาเลเซียขอซื้อไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน 2.ด้านระบบส่ง ทำการตรวจสอบสายส่งและอุปกรณ์สำคัญในภาคใต้ให้พร้อมใช้งานก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ และหยุดการบำรุงรักษาระบบส่งภาคใต้ช่วงหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ และ 3.ด้านเชื้อเพลิง ได้สำรองน้ำมันให้เพียงพอเต็มความสามารถจัดเก็บก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ โดยโรงไฟฟ้ากระบี่ได้จัดเก็บน้ำมันเตา 25.4 ล้านลิตร และโรงไฟฟ้าจะนะได้จัดเก็บน้ำมันดีเซล 20 ล้านลิตร รวมทั้งเตรียมทีมงานติดตามสถานการณ์ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีแผนสำรองพร้อมเข้าแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที โบรกฯทำนายเป้าดัชนีสิ้นปีเหลือ 1,525 จุดด้านนายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ราคาหุ้น ITD ปรับตัวลง คาดว่าอาจจะเป็นผลจากการมองว่างานใหม่ที่จะได้ในปีนี้อาจน้อยกว่าที่คาด อย่างเมกะโปรเจ็คต์ เช่น โครงการรถไฟฟ้าหลายสายก็มีการเลื่อนไปเป็นปีหน้าแทน ทั้งสายสีชมพู และสายสีเหลือง ส่วนสายสีส้มก็ยังไม่แน่นอน , DIMET ดิ่งกว่า 21% โบรกฯแนะเลี่ยงลงทุนหลัง UWC เทนเดอร์ฯ หุ้นบางส่วนPTT มูลค่าการซื้อขาย 1,530.87 ล้านบาท ปิดที่ 330.00 บาท ลดลง 4.00 บาท DAII หุ้น IPO น้องใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง จากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของผู้บริหาร ประกอบกับการเข้ามาระดมทุนในตลาดฯ จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ DAII มากยิ่งขึ้น เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าว ทำให้หุ้น IPO ของ DAII ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการเปิดให้จองซื้อหุ้นในครั้งนี้ นอกจากนี้ราคาขายหุ้นไอพีโอที่ 4 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม และคุ้มค่าสำหรับการถือลงทุนในระยะยาว นายมนตรี กล่าว,ในช่วงครึ่งแรกของปี 58 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาพรวมยังคงชะลอตัว นอกจากนี้แล้วยังมีความท้าทายจากอุตสาหกรรมไร้สาย ที่ทุกโอเปอเรเตอร์ยังคงแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์และการสร้างรายได้จากบริการข้อมูล ทำให้อุตสาหกรรมเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ดีแทคต้องปรับผลการดำเนินงานภาพรวมสำหรับปี 58 ดังนี้ (1) รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ลดลงต่ำกว่าปี 2557 เล็กน้อย (2) EBITDA margin จะอยู่ในระดับร้อยละ 31 33 และ (3) งบลงทุน 18,000 20,000 ล้านบาท กลุ่มพลังงานวันนี้โดนจัดหนักลงต่อเรื่องอีก 1% ถ่วงดัชนีมากที่สุดถึง 2.44 จุด มองสาเหตุหลักน่าจะมาจากความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันว่าจะมีการปรับลดลงต่อเนื่อง หลัง US Dollar มีการแข็งค่าเร็วจนกลับไปอยู่ที่ 98 จุด (ราคาน้ำมันยังถูกกดดันด้วยสถานการณ์ Over Supply จากซาอุดิอาระเบีย มีการคงกำลังการผลิตน้ำมันเกิน 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน และน้ำมันจากอิหร่านมีแนวโน้มจะออกสู่ตลาดเร็วกว่าตลาดคาดไว้เดิม) โดยสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆล้วนโดนแรงกดดัน จนลงกันหมด ซึ่งราคาทองคำเช้าวันนี้ก็โชว์ให้เห็นเป็นตัวอย่างด้วยการปรับลงอีก 2.3% สู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี นอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องของผลประกอบการในกลุ่มพลังงาน ก็เป็นหนึ่งในแรงกดดัน โดย PTTEP คาดว่าจะมีการรายงานออกมาในวันที่ 24 ก.ค.58 นี้ ซึ่งฝ่ายวิจัย ASPS คาดว่าจะมีกำไรสุทธิจะออกมาย่ำแย่เพียง 618 ล้านบาท -93% qoq -97% yoy KBANK คาดกำไรปีนี้ต่ำกว่าปีก่อน หลังภาพรวมเศรษฐกิจไม่ดี-สินเชื่อชะลอการลงมติรับรองของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นมีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น อิหร่าน และ 6 ชาติมหาอำนาจของโลก ซึ่งได้แก่ จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย สหรัฐ และเยอรมนี ได้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นขึ้นในวันที่ 21 ส.ค.58 เพื่อขออนุมัติผู้ถือหุ้นในการขายสินทรัพย์และจัดตั้งกอง REIT ดังกล่าว และคาดว่า ก.ล.ต.จะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารราว 1-2 สัปดาห์ ซึ่งการสินทรัพย์เข้ากอง REIT ครั้งนี้บริษัทคาดว่าจะได้จะได้รับเงินเกือบ 1 พันล้านบาท เพื่อนำไปใช้ลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตSET50 936 945ACD ราคาปิด 2.52 บาทนายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการขายธุรกิจปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซียในช่วงที่ผ่านมานั้น มีผลขาดทุนพอควร แต่กลุ่ม ปตท.ก็จะยังคงเดินหน้าขายธุรกิจออกไปทั้งหมดตามแผน โดยขณะนี้คงเหลือพื้นที่ปลูกปาล์มอีก 1-2 แปลง ซึ่งจะทยอยขายออกไปในช่วงเวลาที่เหมาะสม ,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1.04 พันล้านบาท หรือ 4.03 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 826.24 ล้านบาท หรือ 3.20 บาทต่อหุ้น หุ้นเด่นเดือน ก.ค.58 เน้น High Dividend Yield ADVANC, lNTUCH, TVO และ BTS SET ปิดเช้าลบ 9.32 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 942.53 ลบ.1. ข่าวทุนญี่ปุ่นรายใหญ่จ่อฮุบกิจการบริษัท,นอกจากนี้ จากการที่ ตลท.ออกไปนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน(โรดโชว์)ที่สิงคโปรฺ ก็ได้รับผลตอบรับที่ดี โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้กังวลเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่ส่วนใหญ่จะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทย ต่อจากนี้ ตลท.ก็จะเตรียมเดินทางไปโรดโชว์ที่เมืองนิวยอร์กในช่วงเดือน ต.ค.นี้เพื่อให้มีความต่อเนื่อง -หุ้นน่าสนใจเชิงกลยุทธ์: PPP EPG TFD EMC GEL SCN BCP SITHAI CEN (ควรตังจุดตัดขาดทุน 3-5% ทุกครัง) // ทยอยสะสมปันผล: ADVANC BCP。

นอกเหนือจากกระแสคาดการณ์เรื่องเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว สัญญาทองคำยังได้รับปัจจัยลบจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ 6 สกุลในตะกร้าเงินนั้น ปรับขึ้น 0.03% แตะที่ 97.96% เมื่อคืนนี้ ซึ่งการแข็งค่าของดอลลาร์จะทำให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ ก็รอลุ้นศาลฯวันนี้ หากออกมาว่าไม่รับ คาดว่า CHO คงมีข่าวดี แหล่งข่าวกล่าว ลักษณะของงาน เสาเข็มเจาะโดยเปิดตลาดที่ 81.25 บาท แตะระดับสูงสุดที่ 81.50 บาท และต่ำสุดที่ 79.00 บาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงนับว่าเป็นการทดสอบจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีนับตั้งแต่วันที่ 8/8/2012 ที่ระดับราคา 79.25 บาทขณะที่ดัชนีหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.73%ยืนเหนือ 1,450 ได้ ลุ้นรีบาวน์ไป 1,460CPALL (BUY:[email protected]) : ช่วง 2Q58 คาดกำไรโตเด่น YoY และช่วง 2H58 สดใสจากกำลังซื้อฟื้นและเข้า High Season อีกทั้งยังรับรู้แผนขยายสาขาเชิงรุกทั้งร้าน 7-11 และ MAKRO รวมทั้งมีการคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น โดยปี 58 คาดกำไรโต 30%YoY + แผนลดสัดส่วนถือหุ้น MAKRO เริ่มชัดเจนขึ้นและจะหนุนฐานะการเงินให้ดีขึ้น จึงคงแนะนำ ซื้อ、ด้านนายสุรเชษฐ์ ลักษมีพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไมดาส โกลบอล มีเดีย จำกัด (Midas) เปิดเผยว่า ความร่วมมือกันกับ VGI ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารพื้นที่สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ เป็นการผสานจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัทเพื่อร่วมกันรุกขยายธุรกิจสื่อโฆษณาในต่างจังหวัด โดย Midas เป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบ วางโครงสร้างและภาพลักษณ์ของหอนาฬิกา รวมถึงการวางระบบ Software Application ต่างๆที่ใช้ในการควบคุมจอภาพโฆษณา LED ทั้งหมดGFQ15:18190 ปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 18200 หลังจากราคาทองคำมีการฟื้นตัวที่บริเวณแนวรับ US$1100 แต่การฟื้นตัวในระยะสั้นของราคาทองคำยังอยู่ในกรอบจำกัด และยังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบ US$1040 จึงแนะนำให้เน้นการ Open Short โดยมีแนวต้านสำคัญที่ US$1120,GIFT แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน ,รวมทั้ง กฟผ. ได้ร่วมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดพลังงาน 3 ป. คือ 1.ปิดไฟฟ้าดวงที่ไม่จำเป็น 2.ปรับแอร์ 25 องศา 3.ปลดปลั๊กไฟเมื่อเลิกใช้ พร้อมใช้มาตรการลดการใช้ไฟฟ้า (Demand Response : DR) จากภาคเอกชน ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง (18.00-22.00 น.) ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงเชื่อถือได้ของระบบผลิตไฟฟ้าโดยรวมของประเทศเป็นสำคัญแนวโน้มภาคบ่ายเชิงเทคนิค : ดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวรับที่ 1,470 ได้ แต่ยังสามารถยืนเหนือแนวรับทางจิตวิทยาที่1,450 ได้ หากช่วงบ่ายยังยืนได้ต่อ มีโอกาสรีบาวน์ขึ้นทดสอบ1,460, หากยืนไม่ได้ แนะนำขาย และรอซื้อกลับบริเวณ 1,430นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีฯปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ โดยปัจจัยสำคัญที่ยังกดดันตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ยังคงเป็นภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น ทั้งการส่งออกก็ยังไม่ดี และยังมีปัญหาภัยแล้งเข้ามาซ้ำเติม ซึ่งกระทบภาคการบริโภค ทำให้มีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศด้วย โดยโครงการดังกล่าวสืบเนื่องจากมติคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.58 เพื่อต่อยอดธุรกิจจัดการกากอุตสาหกรรมให้ครบวงจรยิ่งขึ้น โดยนำวัสดุอุตสาหรรมไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถสร้างรายได้เป็นกระแสเงินสดไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กลุ่มบริษัทฯอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันยังสนองต่อนโยบายของรัฐบาลที่มีเป้าหมายจัดการวัสดุอุตสาหกรรมไม่ใช้แล้วให้เป็นระบบ โดยบรรจุไว้เป็นวาระแห่งชาติ และประการสำคัญยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในประเทศด้วยยืนเหนือ 1,450 ได้ ลุ้นรีบาวน์ไป 1,460บล.เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับคำแนะนำหุ้น DTAC จาก เก็งกำไร เป็น ขาย เนื่องจากกำไรไตรมาส 2/58 น่าผิดหวัง ออกมาต่ำสุดในรอบ 6 ปีซึ่งจะส่งผลต่อสายการบินที่มีสัดส่วนรายได้สูงจากเที่ยวบินไปสหรัฐและยุโรป เช่น THAI ขณะที่สายการบินที่มีรายได้หลักจากเที่ยวบินในประเทศและภูมิภาคใกล้เคียง เช่น NOK, AAV และ BA อาจได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีความเสี่ยงที่ประเทศต่างๆ อาจมีมาตรการกับสายการบินจากไทยเพิ่มขึ้น ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือความคืบหน้าของการแก้ไขข้อบกพร่องที่ไม่ได้มาตรฐานของ บพ. ซึ่งจะทำให้ธุรกิจการบินไทยกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง PRECHA-SPA-TLUXE จับมือกันร่วง หลังโดนตลท.ขยาย Cash Balance PCSGH เผยสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนรวมเก็บหุ้นได้ 1.29% ใช้เงิน 175 ลบ.โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2558 และกำหนดวันประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 1/2558 ของบริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMETพิจารณาอนุมัติการทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนของบริษัท โดย บริษัท เอื้อวิทยา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นายนิธิศ ศิลมัฐ,กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: มีแนวโน้มลงไปหาจุดต่ำเดิมที่ 1460-1465 จุด ส่วนภาพรวม SET ดูไม่ค่อยดี มีโอกาสทำจุดต่ำใหม่หรือหลุด 1460 จุด อย่างไรก็ตามมองแนวรับถัดไปอยู่ไม่ไกลที่ 1450 จุด ด้านภาพในระยะสั้นจะกลับมาดี ช่วงบ่ายควรยืนเหนือระดับ 1473 จุดก่อน กลยุทธ์ แม้ช่วงนี้ดูไม่ดี แต่มุมมองโดยรวมก็ยังน่าซื้อสำหรับการลงทุนหรือเล่นรอบที่แนวรับถัดไปบริเวณ 1450 จุด ส่วนการเก็งกำไรดูเสียเปรียบตามภาวะตลาดที่ไม่ดี ดังนั้นเหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณทางเทคนิค ได้แก่ LIT (รับ 7.30 ต้าน 7.90 Cut 7.00)2.แผนขยายสตูดิโอใหม่ 3 แห่ง เพื่อเพิ่มกำลังผลิตรายการอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่กลางปี 59 3.ฐานะการเงินแกร่ง D/E ต่ำ เป็น Net cash เพียงพอต่อการเติบโต ไม่ต้องแบกรับต้นทุนใบอนุญาตทีวี และ 4.แผนการเติบโตจากการ M Aจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันโดยอยู่ระหว่างเจรจา คาดใช้จากแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในกิจการที่มี 150 ล้านบาท และจะได้ข้อสรุปช่วงไตรมาส 3 ถึง 4/58ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องซีทีเอ็กซ์ใหม่ เนื่องจากเครื่องเดิมมีอายุใช้งานนานแล้วตั้งแต่เปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ประกอบกับจะไม่มีการผลิตอะไหล่ใน 4-5 ปีข้างหน้า ส่วนเครื่องซีทีเอ็กซ์ใหม่นั้นจะเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สามารถตรวจกระเป๋าและประมวลผลได้รวดเร็วมากขึ้น เป็นเรื่องของเทคโนโลยีทีดีขึ้นตามยุคสมัย。

China has made dramatic economic progress during the last five years, weathering the global financial crisis and becoming the world’s largest exporter and second largest economy, surpassing Japan.

China’s Challenges: Economy

China has made dramatic economic progress during the last five years, weathering the global financial crisis and becoming the world’s largest exporter and second largest economy, surpassing Japan. The next five years, however, will present major challenges to China’s development model with its emphasis on state-led capital allocation, mercantilist trade policies, and an undervalued currency as evidenced by massive foreign exchange holdings.

China’s authoritarian development model appears robust, generating high real growth year after year. But if true economic development is measured by the alternatives open to people, China’s market socialism falls far short of achieving the status of Hong Kong as the world’s freest economy.

The flaws in China’s development model will become increasingly evident as inflationary pressures build, differences in rural-urban living standards mount, a growing middle class demands an end to censorship, capital controls narrowly limit investment alternatives, land rights are strictly curtailed, and freedom of movement is infringed upon by a draconian internal passport system.

Without the freedom to openly criticize the Chinese Communist Party’s monopoly on power, people won’t be free to choose preferred alternatives, including a genuine rule of law that protects life, liberty, and property. Without capital freedom, people won’t be free to choose investment alternatives that make them better off than the negative real returns on holding deposits at state-owned banks. Without transferable land-use rights, farmers will remain at the mercy of local officials and be unable to realize the full value of those rights. And without the freedom to move and to be treated equally under the law, the divide between those holding urban resident permits and non-holders under the hukou system will continue to foster social unrest.

The overriding challenge facing China’s goal of sustainable development will be to engage in institutional change that grants individuals more economic and personal freedom. Financial repression needs to give way to liberalization—allowing market forces to determine interest rates and allocate capital, permitting greater exchange-rate flexibility, and giving the People’s Bank of China more independence so it can use monetary policy to achieve long-run price stability. More fundamentally, China needs to depoliticize investment decisions by opening capital markets, privatizing state-owned banks, and making the yuan fully convertible.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

China also needs to normalize its balance of payments. It doesn’t make sense for a capital-poor country to be a net exporter of capital—accumulating nearly $3 trillion of foreign exchange reserves to keep its currency undervalued against the dollar in order to promote exports. China should exploit its comparative cost advantage but not revert to crude mercantilism. By allowing relative prices (including interest rates and the real exchange rate) to adjust, and by respecting intellectual property rights and removing barriers to market access, China would widen the range of choices open to people and increase domestic consumption.

Moving away from state-led development toward market liberalism would strengthen US-China ties and promote peaceful development. China would then more likely be viewed as a constructive partner rather than an emerging threat.

James A. Dorn is vice president for academic affairs and a China specialist at the Cato Institute in Washington, DC.?