China, What's Next?

ผล บอล ทุก คู่ ทุก ลีก: China’s Challenges: Environment

ส่งเงินบาทไทย เกมส์ยิงปลา,อย่างไรก็ดี ดัชนีการคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) เริ่มขยับขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ มาที่ระดับ 46.0 จากระดับ 45.0 ในเดือนก่อน ทั้งนี้ แม้ค่าดัชนีฯ จะยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ 50 แต่ทิศทางที่ปรับเพิ่มขึ้นก็อาจเป็นสัญญาณว่าครัวเรือนบางส่วนน่าจะเริ่มคลายความกังวลต่อภาวะการครองชีพในอนาคตลงบ้างบางส่วน อนึ่ง มุมมองต่อสถานการณ์ 3 เดือนข้างหน้าที่เป็นเชิงลบลดลงนี้ อาจได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังต่อข่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาปัญหาด้านกำลังซื้อของครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน ที่ทยอยเปิดเผยออกมาตั้งแต่ในช่วงปลายเดือน ส.ค.58ทั้งนี้ กกพ. มีภารกิจสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ การจัดทำโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ปี 2558 2560 (ประกาศใช้ภายในปีนี้) โดยจะพัฒนาให้มีกลไกควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และช่วยให้ค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใสและชัดเจนยิ่งขึ้น โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร (ประกาศรายชื่อโครงการที่ผ่านการพิจารณาภายในเดือน ธ.ค. 58) การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบ FiT ด้วยวิธีการประมูลแข่งขันด้านราคา (Competitive Bidding) (เริ่มในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา) การออกประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) โรงไฟฟ้าขยะ (ประกาศใช้ภายในปี 59) และมาตรฐานการให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้า (ออกมาตรฐานให้ครบทุกประเภทภายในปี 59)ทั้งนี้ หนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2558 เท่ากับ 5,718,472.95 ล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ในประเทศ 5,373,471.74 ล้านบาท หรือร้อยละ 93.97 และหนี้ต่างประเทศ 345,001.21 ล้านบาท (ประมาณ 9,967.94 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือเท่ากับร้อยละ 6.03 ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง และหากเปรียบเทียบกับเงินสำรองระหว่างประเทศ จำนวน 156,944.03 ล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมูล ณ 31 กรกฎาคม 2558) หนี้ต่างประเทศ จะคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 6.35 ของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพและความมั่นคงในด้านการเงินของประเทศ。 อย่างไรก็ดี บริษัทยังมั่นใจว่ากำไรในปี 58 จะเติบโตกว่าปีก่อนที่มีกำไร 62 ล้านบาท แม้ว่าครึ่งปีแรกจะมีกำไรเพียง 27 ล้านบาท แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการรับรู้งานใหม่เข้ามา และการขยายตลาดตลอดจนงานก่อสร้าง อาคารด่านพรมแดนของทั้งสองฝั่ง รวมถึงแนวทางการปฏิบัติงาน อาทิเช่น หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ฝ่ายไทย คือ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และฝ่ายเมียนมาร์ คือ กรมสะพาน กระทรวง การก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงการ ฝ่ายไทยจะเป็นผู้ออกแบบ ควบคุมการก่อสร้าง โครงการ และรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายสำหรับงานก่อสร้างทั้งหมดของโครงการข้อมูลตลาดแรงงานที่สดใสของสหรัฐได้ช่วยหนุนดอลลาร์ให้ปรับตัวขึ้น หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตำแหน่งงานนอกภาคเกษตรที่เปิดรับสมัครโดยสถานประกอบการในสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 5.75 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลในปี 2543 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐ ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตำแหน่งงานว่างจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.29 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค.,ดร.อมร มีมะโน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติเพิ่มทุน โดยจัดสรรการเพิ่มทุนจำนวน 80 ล้านบาท เป็นการออกหุ้นสามัญจำนวน 800 ล้านนั้นถือเป็นการรองรับแผนการขยายธุรกิจ ของ AJD ที่เตรียมรุกคืบเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ ที่ตลาดยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับ AJD、ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน ไม่ ต้อง แชร์、 ดัชนี 1,392.75 เปลี่ยนแปลง -3.54 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,850 ลบ. ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตำแหน่งงานว่างจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.29 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค.ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังในการถือครองทองคำ ก่อนที่เฟดจะประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดกันว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐดังนั้น จากนี้ไปกระทรวงพาณิชย์จะให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมกับผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าที่มีต้นทุนเกี่ยวกับน้ำมันที่ยังไม่ลดลง จะเข้าไปดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งนี้จะดำเนินการด้วยความยุติธรรม และเป็นไปตามกลไกตลาด จะต้องไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบในสังคม และพร้อมกันนั้นจะเร่งประชาสัมพันธ์กระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ให้รู้จัก ฉลาดซื้อ ประหยัดใช้ อย่างต่อเนื่องโดยหนี้สาธารณะแบ่งออกเป็นหนี้ระยะยาวถึง 5,605,172.95 ล้านบาท หรือร้อยละ 98.02 และ มีหนี้ระยะสั้น 113,300 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.98 ของยอดหนี้สาธารณะคงค้างSTOP LOSS สถานะ Short ถ้า ITDU15 ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุผ่าน 8.25 ขึ้นไป ซีพีเอฟได้รับคัดเลือกให้เป็น DJSI Listed Company ในกลุ่ม DJSI Emerging Market หลังจากการเข้าร่วมตอบแบบประเมินเป็นปีแรก ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ถือว่าเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2561 โดยซีพีเอฟเป็น 1 ใน 5 บริษัท จาก 31 บริษัทในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร (FOA Food Products) ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่ม DJSI Emerging Market ซึ่ง DJSI ได้ประเมินความยั่งยืนใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม นายอดิเรก กล่าว、นายภาดล วรรณรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) (MBKET) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเปิดเทรดเช้านี้ปรับตัวขึ้นกว่า 10 จุด เป็นไปตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้า โดยเป็นผลจากที่ทางจีนมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติมจากที่สภาปฏิรูปได้อนุมัติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และทางจีนก็ยังมีการพัฒนาตลาดทุน โดยให้ความโปร่งใสบริษัทจดทะเบียนมากเพิ่มขึ้น และจะให้มีการเพิ่มมาร์เก็ตแคปด้วยนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตำแหน่งงานว่างจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.29 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค.STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 48.50 ลงไปTHANI ราคาปิด 2.64 บาท 。

รวมทั้งการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มีความเร่งด่วนและเพื่อให้ระบบพลังงานมีความมั่นคง ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการออกใบอนุญาตให้มีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่เป็นปัญหาอุปสรรค โดยได้ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมปรับแนวทางการอนุญาต รง.4 โรงไฟฟ้าฯ ให้เป็นเอกภาพมากขึ้น การให้บริการออกใบอนุญาตแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service ซึ่งอำนวยความสะดวกต่อผู้ประกอบการ รวมถึงการลดข้อจำกัดที่เป็นปัญหาของการเสริมกำลังการผลิตไฟฟ้าในภาคประชาชน เช่น การติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน อาคาร โรงงานดัชนี SET อยู่ที่ 1,390.17 จุด +10.85 จุด +0.79% ปริมาณซื้อขาย 22,732 ลบ. JIBjib ยืนยัน NOK ไม่ได้สนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ SPALI คาดยอดขายปีนี้อาจไม่ตามเป้า เตรียมผุด 10-11 โครงการในช่วงที่เหลือด้านธุรกิจระบบบำบัดน้ำนั้น ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 20% ในปี 59 จากปีนี้คาดว่าจะมีสัดส่วน 10% โดยบริษัทมีแผนจะเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องในทุกๆเดือน เดือนละ 3-4 โครงการ มูลค่า 3-4 ล้านบาท/โครงการ ซึ่งจากการที่ภาครัฐฯมีโครงการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้บริษัทมีโอกาสได้งานเพิ่มต่อเนื่องด้วย BTS คาดเซ็นเดินรถสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ก.ย.นี้หลัง กทม.รับมอบจาก รฟม.,ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยทะยานขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2537 เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกส่งสัญญาณคลายความวิตกกังวล ท่ามกลางกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในจีนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 3.10 บาท บวก 0.26บาท หรือ 9.15% สูงสุดที่ 3.10 บาท ต่ำสุดที่ 2.84 บาท มูลค่าการซื้อขาย 349.77 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 นับตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.58 เป็นต้นมาโดยไต่ระดับจากระดับราคาต่ำสุดที่ 2.64 บาท และปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในวันนี้ที่ราคา 3.04 บาทนอกจากนั้น เงินบาทที่อ่อนค่าลงยังเป็นปัจจัยบวกกับชาวต่างชาติที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยอีกด้วย เพราะสามารถซื้ออสังหาฯในราคาที่ถูกลงถึง 9% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุให้ลูกค้าต่างชาติทั้งที่ซื้ออสังหาฯเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศและซื้ออสังหาฯเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าสามารถตัดสินใจในการซื้อคอนโดมิเนียมได้เร็วขึ้นนอกจากนี้ ได้ฝากให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาโครงการที่เป็นส่วนสนับสนุนการเชื่อมต่อภายในประเทศเพื่อรองรับและทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง AEC เพื่อเกิดประโยชน์กับประเทศสูงสุด รวมถึงการวางโครงข่ายคมนาคม เพื่อสนับสนุนคลัสเตอร์ในอุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆ เช่น คลัสเตอร์นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง(อีสเทิร์นซีบอร์ด) ที่มีการลงทุนเป็นแสนล้านบาท และในอนาคตจะมีการแข่งขันสูงทั้งจากเวียดนาม อินโดนีเซีย,แนวรับ: 1,384 แนวต้าน: 1,400。 นายพูลพิพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 59 จะเติบโต 20% จากปีนี้ และจะเพิ่มเป็นระดับ 1,500 ล้านบาทในปี 60 หลังมีแผนที่จะขยายตลาดไปสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น มาเลเซีย ลาว สิงคโปร์ โดยจะเข้าไปขยายฐานลูกค้าในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของอุปกรณ์หม้อแปลงไฟฟ้า อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทมีการส่งออกอุปกรณ์หม้อแปลงไฟฟ้าไปยังประเทศหลักๆ อย่าง ออสเตรเลีย มีสัดส่วนการส่งออกมากถึง 50% ของการส่งออก และล่าสุดก็ได้ขยายตลาดไปยังประเทศญี่ปุ่น มีสัดส่วนถึง 10% ของการส่งออก ส่วนที่เหลือเป็นการส่งออกไประเทศอื่นๆ ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายในประเทศอยู่ที่ 80% และยอดขายต่างประเทศที่ 20%ขณะที่หากราคาทองคำอ่อนตัวลงมาในบริเวณ 1,100-1,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 18,800-18,400 บาทต่อบาททองคำอาจเข้าซื้อ และอาจต้องชะลอออกไปหากราคาหลุด 1,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 18,000 บาทต่อบาททองคำขณะที่ต้นทุนการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นบ้าง คาดว่าจะไม่ใช่ปัจจัยถ่วงหลักของการตัดสินใจของผู้ประกอบการว่าจะลงทุนหรือไม่ในช่วงนี้ เพราะปัจจัยสำคัญขึ้นกับแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าทั้งนี้ วินด์ฯ ต้องการนำเงินไปใช้ลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมวะตะแบก ใน จ.ชัยภูมิ 60 เมกะวัตต์ ,โครงการใน จ.นครราชสีมา 3 โครงการ กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์/โครงการ และ โครงการ North Kritsana กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท ส่วนเงินลงทุนที่เหลือจากการระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) แล้วจะมาจากเงินกู้โครงการ (project finance)แนวต้าน : 3.88-3.90 และ 4.00สำหรับสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทกว่า 80% ยังคงมาจากธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทสามารถรักษาการเติบโตจากธุรกิจนี้ได้อย่างดี แม้สภาพเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวไม่มากนัก,นายไนยวน ชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม.ซี.เอส สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MCS เปิดเผยว่า สำหรับการที่ MCS ได้เข้าซื้อหุ้น 66% ใน Natsu Steel Structure Co., Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตโครงสร้างเหล็กมาเกือบ 50 ปี มูลค่า 33 ล้านเยน หรือราว 9.65 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางแห่งแรกที่อำนวยความสะดวกด้านการผลิตให้กับบริษัทในประเทศญี่ปุ่น และเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานกับลูกค้า และสนับสนุนการส่งสินค้าทั้งจากไทยและจีนที่ส่งไปติดตั้งที่ญี่ปุ่น โดยจะเป็นสถานที่ในการแก้ไข เปลี่ยนแปลงกรณีที่ลูกค้ามีความต้องการเพิ่ม PCSGH ลดเป้ารายได้ปีนี้เหลือใกล้ปีก่อน เล็งทำโซลาร์รูฟท็อปช่วยลดต้นทุน。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’