The Debate

scr888thupdate: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ส่งเงินบาทไทย เกมออนไลน์ที่ดีที่สุด,แนวรับ 7.15-7.30 บาท BDMS มั่นใจรายได้ปีนี้โต 12% จากปีก่อน แย้มแผน 5 ปีลงทุนซื้อ รพ.เน้นเอเชียแปซิฟิค สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ BH-F มูลค่าสูงสุด 233.52 ลบ.ด้านหุ้นไชน่า เรลเวย์ กรุ๊ป พุ่งขึ้นกว่า 7% โดยในระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐของผู้นำจีนในวันที่ 22-25 ก.ย.นั้น มีการคาดการณ์ว่า จะมีการทำข้อตกลงทั้งในเรื่องการค้า พลังงาน สภาพอากาศ การเงิน การบิน กลาโหม และโครงสร้างพื้นฐาน,โดยตลาดคงจะปรับตัวขึ้นได้ในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์อาจจะมีการย่อตัวลง เนื่องจากในวันพุธหน้าจะมีการประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีน ถ้าออกมาแย่กว่าตลาดคาดก็อาจจะกดดันตลาดฯได้ ส่วนในวันศุกร์หน้าไทยก็จะมีการออกประมาณการฉบับใหม่ของแบงก์ชาติ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะถูกปรับลดประมาณการ GDP ปีนี้ พร้อมให้แนวรับ 1,360 จุด ส่วนแนวต้าน 1,430 จุด?รวมทั้งพร้อมสนับสนุนเงินทุนในส่วนของธนาคาร เพิ่มเติมอีก 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถผ่านวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้ นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเพิ่มเติมตามโครงการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกัน สินเชื่ออุตสาหกรรม ขนาดย่อม (บสย.) ในการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเนื่องจากขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ขณะที่มองว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยหมดช่วงขาลงแล้ว การลดดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเพราะต้องการส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลง และขณะนี้เงินบาทได้อ่อนค่าลงไปจากช่วงต้นปีมากแล้ว จึงเชื่อว่า กนง.คงจะไม่ปรับลดดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งเงินบาทในระดับ 36.00 บาท/ดอลลาร์ ถือว่ามีความเหมาะสมต่อสภาพเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันนายปีเตอร์ แพรท หัวหน้านักวิเคราะห์ของ ECB กล่าวว่า ECB มีความพร้อมที่จะขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากมีความจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้ออ่อนตัวมากจนเกินไป ขณะเดียวกัน เขาได้กล่าวปกป้องการที่ ECB คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ โดยระบุว่ามีความจำเป็นเนื่องจากเป็นการรับมือกับความอ่อนแอของเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจโลกโดยเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการทำธุรกิจร่วมกับบริษัท ยิปต้า จักรกลการเกษตร เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตเครื่องรีดยางเครป และเครื่องสับยางพารายี่ห้อ ยิปต้า โดยบริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว เป็นเวลา 3 ปี และบริษัท คุนซัน แมชชีนเนอรี่ จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องอบลดความชื้นเมล็ดพืช ยี่ห้อ ซันกิ่ว โดยบริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อแต่เพียงผู้เดียวเป็นเวลา 5 ปี News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 21 ก.ย.58 ตลท.แขวนป้าย SP หุ้น SSI บ่ายนี้ หลังยังไม่เปิดเผยสารสนเทศสำคัญได้?KBANK ปิดที่ 182.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาทอีกทั้งราคาหุ้นบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ราคาอยู่ที่ 36.25 บาท ลบ 0.50 บาท หรือ 1.36% สูงสุดที่ 36.50 บาท ต่ำสุดที่ 36 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 10.26 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.46%นอกจากนี้มองว่า การที่เฟด ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เองที่ฟื้นตัวดีขึ้น ไม่ได้มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา แต่อาจจะยังมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวอยู่ โดยเฉพาะจีน ดังนั้นแนวทางการในการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจึงอาจชะลอไปก่อน แต่ท้ายที่สุดเชื่อว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นการปรับแบบค่อยเป็นค่อยไปด้านกราฟมองว่าราคาหุ้นไม่น่าจะมี low ไปกว่าที่เดิม และอยู่ในช่วงการสร้างรูปแบบ sideway up อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การไต่ระดับควรเดินหน้าอย่างมั่นคง เป้าหมายการดีดตัวกลับไปยังแนว uptrend นี้ เล็งไว้เบื้องต้น 3.70 บาท1. อนุมัติการร่วมทุนระหว่างบริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กับบริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัดชื่อบริษัทร่วมทุนบริษัท สามารถ โซลาร์ทูเพาเวอร์ จำกัดประกอบธุรกิจรองรับการดำเนินธุรกิจโครงการพลังงานทดแทน โดยมีทุนจดทะเบียน 25,000,000 บาท สัดส่วนการถือหุ้น บริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด จำนวนหุ้นที่ถือ 1,999,700 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 79.99% ส่วนบริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 500,000 หรือคิดเป็นสัดส่วน 20.00% และบุคคลธรรมดาถือหุ้นจำนวน 300 หรือคิดเป็น 0.01%,ตลอดจนช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ลูกค้าที่มีความต้องการในบริการดังกล่าว สามารถขอรับบริการได้ที่สำนักงานธุรกิจหรือศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศของ ธนาคารฯ ทั่วประเทศ、บาคาร่า888pantip、ITD = 8.10 / 8.90, TPIPL = 2.62 / 2.78, ADVANC = 232 / 236, KTB = 17.80 / 18.50, KBANK = 181 / 185? สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ BH-F มูลค่าสูงสุด 233.52 ลบ.อาจารย์เคยย้ำมาหลายครั้งแล้วว่า การลงทุนในตลาดหุ้นไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด เพราะผลลัพธ์ปลายทางของเรื่องนี้อยู่ที่ กำไร หรือ ขาดทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่พยายามย้ำให้นักลงทุนรายย่อยได้เข้าใจ และยังอยากให้นักลงทุนหาโฟกัสของตัวเองให้เจอ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการลงทุนที่เสียเวลาเปล่ากลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: SET มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นสู่แดนบวกได้ แม้ว่าดัชนี DJIA-F ยังคงทรงตัวอยู่ในแดนลบเล็กๆก็ตาม โดยในช่วงเช้าการปรับตัวลงนำด้วยหุ้นกลุ่มธนาคาร เนื่องจากความกังวลด้านค่าใช้จ่าย provision จากกรณี SSI ในช่วงบ่ายการฟื้นตัวขึ้นของดัชนี ให้แนวต้านที่ระดับ 1390 และ 1400 จุด และแนวรับอยู่ที่ระดับ 1380 และ 1360 จุด หุ้นแนะนำช่วงบ่ายวันนี้ได้แก่ STPI (รับ 15.0 ต้าน 16.1 Cut 14.8) และ TASCO (รับ 26.00 ต้าน 27.25 Cut 25.75)。

ภายใต้สัญญาสัมปทาน 30 ปี BMCL จะต้องจัดหาขบวนรถไฟฟ้าจำนวน 63 ตู้ รวมทั้งติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณฯ โรงเก็บขบวนรถไฟฟ้า ทั้งนี้ BMCL ได้มอบให้กลุ่มกิจการร่วมค้า มารุเบนิ-โตชิบา ซึ่งเป็นบริษัทรายใหญ่ระดับต้นๆ ของโลกเป็นผู้ดำเนินการงานดังกล่าวสำหรับโครงการระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน ซึ่งจะครอบคลุมทั้งหมด 16 สถานี ระยะทางทั้งสิ้น 23 กิโลเมตรขณะที่กรณี SSI มีแนวโน้มจะผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้แบงก์ที่ปล่อยสินเชื่อให้ต้องตั้งสำรองเพิ่มเติมนั้น กดดันต่อภาพรวมการลงทุนของตลาดบ้าง เนื่องจากมีแรงขายหุ้นแบงก์ที่ร่วมปล่อยกู้ ซึ่งเป็นแบงก์ขนาดใหญ่อย่าง SCB และ KTB ออกมากดดันต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ตลาดมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานกลับเข้ามาจากราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่ฟื้นตัวขึ้น ช่วยพยุงไม่ให้ดัชนีปรับตัวลงไปมาก , เงินบาทอ่อนค่าตามภูมิภาค ตลาดเชื่อเฟดมีแนวโน้มขึ้นดบ.ภายในปีนี้ความจริงแล้ว การแช่เยือกแข็งอาหาร ก็คือวิธีแปรรูปอาหารเพื่อการถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยการลดอุณหภูมิของอาหารสดหรืออาหารที่ปรุงสุกแล้ว ให้มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งของอาหาร และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส โดยที่อุณหภูมิดังกล่าว น้ำในอาหารเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง ส่งผลให้จุลินทรีย์ที่เป็นตัวการให้อาหารเน่าเสียไม่สามารถใช้น้ำในการดำรง ชีวิตได้ จึงช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ รวมถึงช่วยชะลอและยั้บยั้งการทำงานของเอนไซม์รวมทั้งการเกิดปฏิกิริยาทาง เคมีบางชนิดที่เป็นสาเหตุของการเน่าเสียของอาหารได้ ด้วยการแช่เยือกแข็งนี้ จึงทำให้อาหารที่ผ่านกระบวนการมีอายุการเก็บรักษา (shelf life) ที่นานกว่าอาหารสด ช่วงบ่ายน่าจะอ่อนตัวจนลงต่ำกว่า 1,390 จุด มองช่วงเบ่าย SET Index มีโอกาสที่จะแกว่งซึมลงจนอาจกลับมาทดสอบ 1,390 จุด (หากหลุดจากระดับนี้คาดว่าจะไม่แรงจนถึง 1,385 จุด) ช่วงเช้ามีประเด็นบวกสำหรับกลุ่มส่งออกอาหาร เมื่อสหภาพยุโรป (EU) ผ่อนผันให้ไทยดำเนินแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมายต่อไป จากเดิมที่ต้องให้ไทยแก้ให้เสร็จภายใน 6 เดือนนับจาก เม.ย.58 ซึ่งจะครบกำหนด ต.ค.58 นี้ อย่างไรก็ตาม ภายใน ต.ค. 58 นี้ ขอให้ไทยดำเนินการให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมก่อนอย่างน้อย 3 เรื่องที่สำคัญได้แก่ 1) การประกาศใช้กฎหมายประมงใหม่ 2) การประกาศใช้แผนบริหารจัดการประมงทะเล และ 3) การประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติMINT ซื้อ ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือน มีจังหวะขึ้นไปทดสอบแนวต้านระยะสั้นที่ 29.25 บาท และจุดขายทำกำไรที่ 30.0 บาท,นอกจากนี้ยังมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประเทศอาหรับ และกัมพูชา จากปีก่อนที่ยังไม่มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าดังกล่าวดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม และด้วยระดับราคาการรักษาพยาบาลที่ไม่แพงเกินไป ทำให้เกิดการบอกต่อของคนกลุ่มนี้ จึงเชื่อว่าจากนี้ก็จะมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญล่าสุดในวันนี้(18 ก.ย.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า สำหรับการเปลี่ยนชื่อหลักทรัพย์ของ TUFและ DW ที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้มีผลวันที่ 23 ก.ย. 2558 เป็นต้นไป News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 21 ก.ย.58 ,เนื่องจากได้กันเงินสำรองไปก่อนหน้านี้แล้วอย่างเพียงพอ ประกอบกับภาวะคุณภาพสินทรัพย์สินส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อที่มีแนวโน้มดีขึ้นทำให้ภาระการกันเงินสำรองที่เกี่ยวข้องลดลง นอกจากนี้บริษัทยังมีการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ที่จะสามารถสนับสนุนผลการดำเนินงานได้ทั้งนี้ ธนาคารได้มียอดหนี้รวมแก่บริษัทและบริษัทย่อยในประเทศอังกฤษ รวม 22,908 ล้านบาท โดย ณ 30 มิถุนายน 2558 ธนาคารได้มีการตั้งสำรองสำหรับยอดหนี้ที่ให้แก่บริษัทย่อยในประเทศอังกฤษ ครบถ้วนเต็มจำนวนขอบคุณความรู้จาก รศ.ดร.จิรารัตน์ อนันตกูล ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร (กรรมวิธีการผลิตอาหารและวิศวกรรมอาหาร)ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 102.0 เพิ่มขึ้นจากระดับ 101.2 ในเดือนก.ค. โดยค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการส่วนสัดส่วนรายได้ของบริษัท แบ่งเป็นธุรกิจให้เช่าซื้อรถเกี่ยวข้าวประมาณ 82% และสินเชื่ออื่นๆอีก 18% เช่น สินเชื่ออเนกประสงค์ เงินกู้ยืมมีหลักประกัน สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เป็นต้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBณ เวลา 10.06 น. ราคาอยู่ที่ 139.50 บาท ลบ 4.50 บาท หรือ 3.12% สูงสุดที่ 140.50 บาท ต่ำสุดที่ 138.50 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 321.89 ล้านบาท,ทั้งนี้ หลังจากการเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ก็ได้มีการวางแผนในการเคลียร์ปัญหา และโครงการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคในการบริหารงาน รวมถึงการดำเนินแผนในการพลิกฟื้นธุรกิจ ซึ่งในเบื้องต้นอาจจะมีการขายโครงการเก่าที่เป็นปัญหามาตั้งแต่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งไม่สร้างผลประโยชน์ และทำให้บริษัทเสียเปรียบ สำหรับในปี 2558 บริษัทตั้งงบลงทุนจำนวน 19,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จ.พิษณุโลก มูลค่า 8,500 ล้านบาท โรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ มูลค่า 10,400 ล้านบาทนายปีเตอร์ แพรท หัวหน้านักวิเคราะห์ของ ECB กล่าวว่า ECB มีความพร้อมที่จะขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากมีความจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้ออ่อนตัวมากจนเกินไป ขณะเดียวกัน เขาได้กล่าวปกป้องการที่ ECB คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ โดยระบุว่ามีความจำเป็นเนื่องจากเป็นการรับมือกับความอ่อนแอของเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจโลก นายซู เชาซี ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) แสดงความมั่นใจต่อเศรษฐกิจจีน โดยระบุถึงสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับแรงผลักดันที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพมากขึ้นสำหรับการขยายตัวในระยะยาว ซึ่งแม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนได้ชะลอลง แต่ก็ยังคงอยู่ในช่วงที่เหมาะสม และสัญญาณเชิงบวกยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.