Tokyo Report | Diplomacy | East Asia | Southeast Asia

royal ace casino no deposit bonus: Keeping Strategic Anxieties at Bay: Growing Japan-Vietnam Bonhomie

ดูสดบอล,แนะนำซื้อ LIT โดยมีแนวรับที่ 8.20 และ 8.10 และมีแนวต้านที่ 8.55 และ 8.80 เป็นจุดขายทำกำไรIRPCH16/4.35 วิเคราะห์เชิงเทคนิค: รอตั้งรับช่วงปรับฐานขณะที่มองว่าภาพรวมการลงทุนในปีนี้ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐที่จะช่วยส่งเสริมให้ยอดขายที่ดินของบริษัเพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้งแม้จะอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว ทำให้กระทบต่อการลงทุนบ้าง แต่บริษัทเชื่อว่าเป็นจังหวะโอกาสภาคธุรกิจที่จะมองหาที่ดินเพื่อรองรับการขยายฐานการผลิตไว้ก่อน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ การเกษตร และยาง ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพที่ดี เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค น่าจะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนได้มากพอสมควรBJCHI (TP9.3*): Support 6.4/6.2 Resistance 6.8/7.0ทั้งนี้ราคาน้ำมัน WTI อ่อนแรงลงในการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าตลาดจะสามารถรักษาภาวะสมดุลได้ในระยะใกล้นี้ ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง 50 เซนต์ แตะที่ 32.89 ดอลลาร์/บาร์เรล ABC เผยงบปี 58 ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 73.09 ลบ.?ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า TIPCO จะมีกำไรปี 58 ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาท โตกว่า 1,500% รับอานิสงส์บริษัทลูก บริษัททิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน)หรือ TASCO ทำกำไรปี 58 ทุบสถิติสูงถึง 5,078 ล้านบาท หลังขายยางมะตอยแน่น 2.3 ล้านตัน โดย TIPCO ถือหุ้นใน TASCO อยู่ 24% สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office: AMRO) ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการฐานะองค์กรระหว่างประเทศ ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยมีผู้แทนระดับสูงจากธนาคารกลางและกระทรวงการคลังประเทศสมาชิก สถานเอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศประจำประเทศสิงคโปร์ เข้าร่วมงานแนวรับ : 35.5 +/- IMPACT(+)PTT AOT CPN BBL KBANK SCB BDMS KTB TRUE BEC BANPU IRPC ADVANC IVL THAI PTTGC TOP ปี 59 รายได้ยังมาจากธุรกิจสังกะสีเป็นหลัก แม้เหมืองที่แม่สอดจะหยุดผลิตแร่ในปีนี้ บริษัทก็เริ่มปรับแผน ซึ่งเหมืองที่จังหวัดตากเหลือแร่ที่จะผลิตในปี 59 และครึ่งแรกปี 60 เท่านั้น หลังจากหยุดธุรกิจสังกะสีแล้ว บริษัทจะไปโฟกัสในธุรกิจสีเขียวเพื่อความยั่งยืน โดยเน้น 3 ธุรกิจหลักคือพลังงานทดแทน ธุรกิจจัดหาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มจากการรีไซเคิล และธุรกิจจัดหาวัตถุดิบจากกากของเสียและบริหารจัดการกากของเสียเชิงนิเวศ นายฟรานซิส กล่าว สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) BIGC มูลค่าสูงสุด 329.65 ลบ.คำแนะนำของ ASLซื้อระยะสั้นเมื่อยืน 1,315 / 1,310 แนวต้าน 1,330 จุดดูสดบอล, 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 19 ก.พ.59นายเบรนดอน วอเทอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW เปิดเผยว่า คณะกรรมการของโกลว์ได้มีมติขยายขอบเขตการพัฒนาธุรกิจและการลงทุนของกลุ่มบริษัท โดยให้คลอบคลุมถึงประเทศเวียดนามและมาเลเซีย เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและลาว และมุ่งเน้นในการพัฒนาการลงทุนในประเทศไทย ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชาอย่างต่อเนื่องคำค้นBRENTWTIตลาดน้ำมัน บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320อนึ่งกรณีการยกเลิกเที่ยวบินนั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 59 ซึ่งนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NOK ได้สั่งพักงานและสอบสวนพนักงานรวม 9 คน และเลิกจ้าง นายศานิต คงเพชร ผู้จัดการแผนกรักษามาตรฐานการบินและนักบินผู้ควบคุมอากาศยาน ฐานจงใจกระทำความผิดร้ายแรงต่อบริษัท โดยให้เหตุผลว่านักบินดังกล่าวไม่พอใจที่สายการบินปรับโครงสร้างใหม่เนื่องจากมีบุคคลใหม่มาทำงานแทน ดัชนีดาวโจนส์อ่อนแรงลงตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น โดยเมื่อคืนนี้สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงไปกว่า 4% หลังจากนายอาลี อัล-ไนมี รมว.น้ำมันของซาอุดิอาระเบียกล่าวว่า ซาอุดิอาระเบียยังไม่มีแผนที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน นายอัล-ไนมีกล่าวว่า การลดกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อกระตุ้นราคานั้น จะไม่ประสบความสำเร็จ พร้อมกับกล่าวว่า ควรให้ราคาปรับตัวตามกลไกตลาด ถึงแม้สิ่งนี้จะทำให้ผู้ผลิตน้ำมันบางรายต้องปิดกิจการก็ตามสำหรับงบลงทุนในปี 59 อยู่ที่ 130-150 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ เปิดสาขาเพิ่ม และเตรียมไว้สำหรับจัดงานอีเวนท์ โดยแบ่งเป็นสำหรับการขยายธุรกิจใหม่ ขยายสาขาใหม่ และปรับปรุงสาขาเดิมประมาณ 80 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงบการตลาด ประชาสัมพันธ์การจัดงานใหญ่ประจำปี 3 ครั้ง/ปี และมั่นใจว่าส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ของบริษัทฯ จะเพิ่มจาก 55% ในปี 58 เป็น 65% ในปี 59 และไม่น้อยกว่า 70% ในปี 60ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการของบริษัทได้ศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่า หลังจากที่เหมืองแม่สอดยุติลงในปี 59 จะดำเนินธุรกิจสังกะสีต่อไปอย่างไร เพื่อให้มีผลตอบแทนที่ดีและเป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้เสีย แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้พยายามหาแหล่งแร่เพิ่มเติมและให้ได้รับใบอนุญาตการทำเหมืองทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ และเมื่อเหมืองแม่สอดจะยุติในปลายปีนี้ หากบริษัทยังดำเนินธุรกิจสังกะสีต่อไป ก็ต้องพึ่งพาแร่นำเข้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากอเมริกาใต้และออสเตรเลีย ขณะที่แร่นำเข้าจึงมีราคาสูงมาก เมื่อนำมาใช้ทดแทนแร่ต้นทุนต่ำจากเหมืองแม่สอดจะทำให้ค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมากทั้งในส่วนของโรงย่างแร่จังหวัดระยองและที่โรงถลุงจังหวัดตาก ทั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานราชการหรือสหกรณ์ภาคการเกษตรรายใด ยื่นขอถอนตัวจากโครงการดังกล่าว ขณะเดียวกันหากกพช.มีมติให้ข้อยกเว้นเรื่องกฎหมายผังเมืองมีผลบังคับย้อนหลัง ก็อาจจะมีหน่วยงานที่ผ่านคุณสมบัติเพื่อคัดเลือกเข้าจับสลากเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย จากเดิมที่ได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการดังกล่าวไปแล้วเมื่อกลางเดือนธ.ค.58 มีทั้งสิ้น 219 ราย จำนวนรวม 1,028.67 เมกะวัตต์。

ราคาปิด 4.22 แนวรับ 4.10-4.06 , 4 แนวต้าน 4.26-4.32สรุปหุ้น 10 อันดับแรกที่ดันดัชนีเช้านี้ (24 ก.พ.) ด้านบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า EGCO ยังมีปันผลที่ยังน่าสนใจ คาดปี 58 และปี 59 มีเงินปันผลต่อหุ้นที่ 6.25 บาท และ 6.50 บาท ตามลำดับ คิดเป็น Dividend Yield ราว 4% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 180 บาท/หุ้น สำหรับปี 58หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้มีผลต่อกระแสเงินสด บริษัทจะมีผลการดำเนินงานดีขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีการบันทึกกำไรจากการขายหุ้นใน เอ็กคอมธารา กว่า 1 พันล้านบาทในไตรมาส 3/58แนวรับ 5.50-5.65 บาท,คำค้นBRENTWTIตลาดน้ำมัน บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320แต่ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (FED) สาขาริชมอนด์ เปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจในปัจจุบันของภาคการผลิตร่วงลงสู่ระดับ -4 ในเดือนก.พ. หลังจากอยู่ที่ระดับ 2 ในเดือนม.ค. เพราะได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และอุปสงค์ที่อ่อนแอ รวมทั้งการดิ่งลงของราคาพลังงาน ขณะที่ผลสำรวจของ Conference Board ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลงสู่ระดับ 92.2 ในเดือนก.พ. เนื่องจากผู้บริโภคมีความไม่เชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ, สถานะการเงินส่วนบุคคล และแนวโน้มตลาดแรงงานผู้บริหารบริษัท บีที, มาร์คส์ แอนด์ สเปนเซอร์ และโวดาโฟน ได้ลงนามในจดหมายที่ได้มีการตีพิมพ์ในเดอะ ไทมส์ ว่า การถอนตัวจาก EU จะกระทบต่อการลงทุนในสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ดี การถอนตัวจาก EU จะช่วยลดขั้นตอนการกำกับดูและต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไป,นางลาการ์ดวัย 60 ปี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังฝรั่งเศส ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ IMF สมัยที่สอง โดยได้รับเสียงสนับสนุนจากบรรดาสมาชิก IMF ไม่ว่าจะเป็นจีน เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ เธอกล่าวว่า กลุ่ม GCC ยังจำเป็นต้องมีการก่อตั้งระบบบริหารจัดการภาษีเพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ,ส่วนรายได้จากธุรกิจสังกะสีในปี 58 ยังคงเป็นบวก แม้ว่าปริมาณการขายในประเทศจะลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและราคาโลหะสังกะสีโลกที่ปรับลดลงมาก ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการผลิตกับปริมาณความต้องการใช้โลหะสังกะสีโลกมีความไม่สมดุลกัน ส่วนปัจจัยบวกที่ส่งผลให้บริษัทยังคงมีกำไรมาจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า และค่าพลังงานที่ต่ำลงรวมทั้งการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงได้อย่างต่อเนื่อง ภาวะตลาดหุ้นจีนเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 0.05%ขณะที่วันนี้บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์พัดลมไอเย็นโฉมใหม่ คูลบอท (KOOLBOT) 3 รุ่น ซึ่งเป็นพัดลมไอเย็นแบบเคลื่อนที่รุ่นแรกของโลกที่ดึงลมเข้ารอบทิศทาง สามารถลดอุณหภูมิได้สูงสุด 15 องศา แต่ประหยัดกว่าแอร์ 10 เท่า ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมและดีไซน์ให้กะทัดรัด และมีประสิทธิภาพการใช้งาน ตอบโจทย์ลูกค้าบ้านพักอาศัยและคอนโดมิเนียม ที่มีพื้นที่ใช้งานจำกัด โดยตั้งเป้ายอดขายสำหรับสินค้าพัดลมไอเย็นรุ่นใหม่นี้ประมาณ 200 ล้านบาทโดยผลการดำเนินงานในช่วงดังกล่าวลดลงเนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการลดลง โดยรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจอื่นและบริษัทในเครือลดลง บีเอชพี บิลลิตัน ระบุว่า ทางบริษัทได้ปรับลดการจ่ายเงินปันผลลงสู่ระดับ 16 เซนต์ในช่วงครึ่งปีแรก จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ระดับ 62 เซนต์ หลังจากกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวลงสู่ระดับ 412 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลา 6 เดือนซึ่งสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2558ทั้งนี้ถึงแม้จะมีการยกเลิกเข้าซื้อกิจการ บับเบิลบี ในปลายปี 58 ทางบริษัทยังมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายปี 2563 ด้วยยอดขาย 8 พันล้านเหรียญ หรือ 2.8 แสนล้านบาท โดยได้มีการปรับปรุงแผนการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์แนวต้าน : 847 และ 850บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ PPS รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 58 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 3.39 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.008 บาทต่อหุ้น ลดลง 81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17.72 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.044 บาทต่อหุ้น,จึงสามารถกระจายเงินลงทุนไปในทางอื่น ซึ่งบริษัทกำลังจะแจ้งผู้ร่วมทุนออกมา โดยมีแผนที่จะลงทุนทั้งโรงงาม โรงแรม โรงพยาบาล แต่ละเรื่องนั้นไม่ธรรมดา มีเป้าหมายรายได้ใน 3 ปีนี้ระดับแสนล้านบาท หรือโตเท่าตัวจากปัจจุบัน、lobstermania slot machine、 สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ของสหรัฐ จะลดลง 600,000 บาร์เรลต่อวันในปีนี้ และคาดว่าจะลดลงอีก 200,000 บาร์เรลต่อวันในปีหน้า ช่วยลดความกังวลในภาวะอุปทานล้นตลาด และช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 1.84 ดอลลาร์ หรือ 6.2% ปิดที่ 31.48 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อคืนนี้?ขณะที่ ล่าสุดราคาหุ้นบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือAAVปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 5.65 บาท ลบ 0.05 บาท หรือ 0.88% สูงสุด 5.70 บาท ต่ำสุด 5.60 บาท มูลค่าการซื้อขาย 97.92 ล้านบาท。

Japan has made crucial moves in recent years, particularly in its relations with Vietnam, but without much hype.

Keeping Strategic Anxieties at Bay: Growing Japan-Vietnam Bonhomie

Japanese Prime Minister Yoshihide Suga, center left, and his Vietnamese counterpart Nguyen Xuan Phuc, center right, walk after a press briefing at the Government Office in Hanoi, Vietnam Monday, October 19, 2020.

Credit: AP Photo/Minh Hoang, Pool

Over the last decade, Japan has arguably emerged as Asia’s most reliable partner. Japan has made crucial moves in recent years, but without much hype: including on strategic choices to plug the commitment shortfall of the United States or competing with China’s Belt and Road infrastructure initiatives; salvaging mega-trade deals such as the Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership (CPTPP) (known as the Trans Pacific Partnership before the Trump administration walked out); or diplomatic outreach to important Indo-Pacific powers such as Vietnam and India that are not a part of the United States’ military alliance treaties.

In the increasingly volatile Indo-Pacific region, Japan’s stepped up diplomatic footwork is enormously important, especially to those countries that have been looking to diversify their diplomatic, economic, and security partnerships for greater stability in the region. Japan’s recent attempts to reach out to key Southeast Asian countries, such as Indonesia, the Philippines, and particularly Vietnam, is important in that regard.?

As one of the fastest emerging regional economies, Vietnam holds a key position in the emerging Indo-Pacific dynamic. A robust and long-term trade and investment partnership with Japan is significant in that context. Both countries are according greater importance to each other, which is manifested in recent initiatives taken by Japan’s Prime Minister Suga Yoshihide. For one, his first foreign visit as Japan’s prime minister was to Vietnam (and then Indonesia) in October 2020, which is a testimony to Japan’s commitment to Vietnam (and the wider ASEAN region). Diplomatic exchanges between the two countries had become regular and more institutionalized under former Japanese Prime Minister Abe Shinzo.

When Vietnam’s newly appointed foreign minister, Bui Thanh Son, assumed office, he had a phone conversation on April 27 with his Japanese counterpart, Motegi Toshimitsu, to discuss areas of further cooperation. On the call, Japan acknowledged Vietnam’s role and position in the region, while Vietnam termed Japan a long-term strategic partner, and expressed a desire to strengthen the partnership further to implement the 2014 extensive strategic partnership agreement.

Clearly, there is a mutual interest in elevating bilateral ties to a higher level, which if sustained, might have a long-term impact on regional dynamics. The consensus to implement the CPTPP, reached during phone calls between Japanese Economic Revitalization Minister Nishimura Yasutoshi and Minister of Industry and Trade Nguyen Hong Dien, is another signal of the strong Japan-Vietnam ties.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Japan is one of the most active players in the Indo-Pacific and a proponent of a rules-based order. Bonhomie with Vietnam might also encourage the latter to embrace the construct more tightly. So far, Vietnam’s focus has been to follow the ASEAN-led path in implementing a collective Indo-Pacific vision. ASEAN issued an outlook on the Indo-Pacific in 2019, which emphasizes ASEAN centrality, a notion strongly endorsed by Japan.

Like his predecessor, Abe, Suga is invested in regional partners and tirelessly working in shaping a rules-based Indo-Pacific order. Unlike the U.S., Japan has no history of policy flip-flops vis-à-vis the region. It also does not believe in meddling in the internal affairs of others. In addition to being a part of the four-member Quadrilateral Security Dialogue, known as the Quad, Japan is also looking at bolstering bilateral as well as trilateral partnerships in the Indo-Pacific region. Vietnam can be an important partner in such an endeavor.

As one of Vietnam’s long-standing and time-tested friends and strategic partners, India could also play a role and enhance its partnership with both Japan and Vietnam. Like Vietnam, India is also not a security treaty partner of the U.S. but has a robust partnership with Japan. India and Japan are already developing a more feasible and transparent infrastructure plan for Asia.?

Joint infrastructure investment in Sri Lanka and the Asia-Africa Growth Corridor are classic examples of India-Japan joint efforts to bridge regional infrastructure capacity shortfalls. India’s development assistance and capacity building in Vietnam has been impressive. India and Japan should jointly initiate an infrastructure and connectivity projects in Vietnam as this trilateral collaboration mechanism might work for the benefit of all.?

Defense and strategic cooperation is one of the fastest emerging dimensions of Japan-Vietnam ties. During Suga’s visit, the two countries signed an agreement to supply military gear and technology to Vietnam. During the foreign ministers’ call, which was followed by Suga’s visit, the issue of the South China Sea was also discussed. China’s growing assertive posture is a matter of mutual concern as both Japan and Vietnam have active maritime disputes with China in the East and South China Seas, respectively. That said, it would be unfair to term China as the only factor shaping Japan-Vietnam ties even though some of the steps in the relations are closely linked to China’s aggressive postures.

On the trade and investment front, Japan is the second largest cumulative investor in Vietnam with $60 billion in investments. It has more than 4,500 investment projects in Vietnam. With Japan incentivizing its companies to pull out investments from China, Vietnam stands to benefit, which might further cement the bilateral trade ties.

Another important indicator is Japan’s Overseas Development Assistance (ODA) — one of the most important soft power projection tools for Japan. With $23 billion, it has been the largest ODA donor to Vietnam. Japan’s Enhanced Partnership for Quality Infrastructure (PQI) is also gaining ground to challenge China’s Belt and Road Initiative (BRI) in the region. One major Japanese project in Vietnam is the construction of the Nhat Tan bridge in Hanoi, famously known as the Vietnam-Japan friendship bridge. Japan is also a member in the Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP). With India pulling out of the economic agreement in 2019, Japan’s presence in the RCEP still keeps it a secure arrangement.

Under Suga, Japan-Vietnam relations are on an upward trajectory — a trend premised on reliability, mutual interests, and shared concerns. Japan’s policy and approach align with Vietnam’s perceptions and policies. Japan emphasizes ASEAN centrality, and like India and the U.S., it has also placed ASEAN at the core of its Indo-Pacific policy. And yet, Japan, like India, is not putting pressure on Vietnam to join the so-called “Quad plus” mechanism. Japan is mindful of the fact Vietnam is not yet ready for such a strategic adventure. This flexible and accommodative engagement makes it convenient for Vietnam to welcome Japan’s greater presence in the region, which is vital to ensure peace, stability, and a rules-based order in the Indo-Pacific.