Trans-Pacific View | Society

เปิดค่าสิโนpantip: How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America

หวย งวด 16 พ ค 62,SMPC ราคาปิด 9.15 บาทนอกจากนี้ยังมีรายการประเภทกีฬา ที่จะเพิ่มเวลาการออกอากาศมากขึ้น เช่น การถ่ายทอดสดมวยไทยทุกสัปดาห์ จากเดิมจะออกอากาศทุกเดือน และได้เพิ่มการถ่ายทอดสด กีฬาวอลเลย์บอลชุดใหญ่ รอบคัดเลือก อีกด้วยพร้อมประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงาน วันที่ 1 ม.ค.58 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.58 เป็นเงินสดจำนวน 1.00 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 28 เม.ย.59 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พ.ค.59กราฟ 10 นาที แกว่งตัวออกด้านข้าง สัญญาณบวกจากเครื่องมือ MACD ยังไม่ชัดเจนนัก มองเป็นการพักฐานในกรอบทางขึ้น รับ 838, 832 ต้าน 847, 852 จุด ม อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากภาวะการซื้อขายในตลาดได้รับแรงกดดันจากข้อมูลของ EIA ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 507.6 ล้านบาร์เรล โดยเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 ในช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน เพิ่มขึ้น 333,000 บาร์เรล สู่ระดับ 65 ล้านบาร์เรลสำหรับในปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 0.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.13% จากปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1.31 ล้านบาท และมีรายได้รวม 543.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.12%นายปกรณ์ กล่าวถึงแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/59 ว่า กำไรน่าจะดีกว่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/58 และช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังต้องรอลุ้น เนื่องจากในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาบริษัทได้เร่งขายสินค้าที่เป็นโมเดลเก่าออกไป จึงกำหนดราคาขายต่ำทำให้อัตรากำไรต่ำมาก แต่ในช่วงที่เหลือของไตรมาสนี้ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ในปี 2558 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วดังนี้ วันที่ 18 มีนาคม 2558 ในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้น และวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 ในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น รวมจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558 คิดเป็นอัตรา 1.90 บาทต่อหุ้นพร้อมกันนั้น ยังร่วมมือกับพันธมิตรข่าวชั้นนำของโลก เช่น Reuters NHK CCTV KBS ทำให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ต่างๆ รอบโลกได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในปีนี้จะนำข้อได้เปรียบตรงนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 1.9% ทำสถิติปิดบวกเป็นเวลา 3 วันในรอบ 4 วันทำการ ขณะที่หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ พุ่งขึ้น 3.9% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และหุ้นซิตี้กรุ๊ป ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1.3%, หุ้นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบดีดตัวขึ้น โดยหุ้นดาว เคมิคอลส์ และหุ้นดูปองท์ ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 1.9% ขณะที่หุ้นซีเอฟ อินดัสทรีส์ โฮลดิงส์ ทะยานขึ้น 4.4%,การเร่งขยายสาขาเพียงอย่างเดียวนั้นจึงยังไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ลงทุนได้อย่างตรงจุด บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการปรับปรุงระบบด้านเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย รวดเร็ว มากขึ้น โดยการพัฒนาระบบ Internet Trading มุ่งเน้นการเชื่อมต่อที่รวดเร็วแต่มีเสถียรภาพ เพื่อรองรับธุรกรรมใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน บริษัทฯ มีลูกค้าที่เทรดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 54.15% และที่เหลือเทรดผ่านเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (IC) อีก 45.85% และในอนาคตตคาดว่าสัดส่วนลูกค้าที่ทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง、ผลบอลผลบอลเมื่อคืน、 นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ โฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาการขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2555 2557 ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี เฉพาะในส่วนของโครงการที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2555 2557 ที่กันไว้เหลื่อมปีได้ทันภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 โดยให้ขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันได้ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2559 เท่านั้น หากพ้นจากห้วงเวลาดังกล่าวแล้ว หน่วยงานใดยังไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ ให้เงินประมาณดังกล่าวพับไป? MBKET เป้าปีนี้รักษามาร์เก็ตแชร์เบอร์ 1 ธุรกิจโตกว่า 10% ก้าวสู่ผู้นำระดับอาเซียน NOK วิกฤตหนัก! นักบินลาออก 17 คน “พาที” ยังชิล-มองเป็นเรื่องปกติบริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 58 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 มีกำไรสุทธิ 94.61 ล้านบาท หรือ 0.07 บาทต่อหุ้น ลดลง 10% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 104.68 ล้านบาท หรือ 0.078 บาทต่อหุ้นปัจจุบัน MBKET มีสาขาทั้งหมด 34 สาขาในกรุงเทพฯ และ 24 สาขาในต่างจังหวัด (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ก.พ. 59) อีกทั้งยังมีแผนขยายสาขาตามความต้องการด้านการลงทุนในเขตพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องด้วยปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป สามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน และอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกและรวดเร็วโดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 25% เทียบกับปีก่อนหน้าที่มียอดขาย 2,000 ล้านบาท โดยบริษัทมียอดขายสูงจากโครงการออกัสท์คอนโดมิเนียม โครงการชวนชื่นจรัญฯ 3 และโครงการชวนชื่น กรีนบาวด์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า นอกจากนั้น บริษัทประสบความสำเร็จในการโอนกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะการมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการโอนโครงการออกัสท์คอนโดมิเนียมได้ถึง 100% บางส่วนของรายได้มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าและบริการ(3) เงินได้สุทธิเฉพาะส่วนที่เกินห้าแสนบาท แต่ไม่เกินเจ็ดแสนห้าหมื่นบาท ให้จัดเก็บในอัตราลดลงจากร้อยละยี่สิบ ให้เหลือร้อยละสิบห้า สำหรับเงินได้สุทธิส่วนที่เกินเจ็ดแสนห้าหมื่นบาท แต่ไม่เกินหนึ่งล้านบาท ให้คงจัดเก็บในอัตราร้อยละยี่สิบ, ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 212 จุด รับข้อมูลศก.สดใส-ราคาน้ำมันฟื้นหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง โดยหุ้นโททาล ดิ่งลง 1.7% หุ้นสแตทออยล์ ร่งลง 5.2% และหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ปรับลง 1.6%,หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ร่วงลง 8.4% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอ ขณะที่หุ้นแองโกล อเมริกัน และหุ้นเกลนคอร์ ต่างก็ร่วงลงราว 10%โดยภาพรวมการร่วมทุนกับทางกลุ่มมิติซูบิชิ เอสเตท หนึ่งในผู้นำการพัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรในประเทศญี่ปุ่น ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 57-58) ได้ดำเนินพัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกันทั้งสิ้น 7 โครงการ มูลค่ารวม 24,050 ล้านบาท สร้างยอดขายรวมได้มากถึง 80% และ 3 ใน 7 โครงการร่วมทุนได้แก่ RHYTHM สุขุมวิท 36-38, Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง และ Aspire สาทร-ท่าพระ มีแผนก่อสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบในปีนี้ และในช่วงไตรมาส 3 บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการร่วมทุนโครงการที่ 8 ในทำเลย่านเอกมัย มูลค่าโครงการประมาณ 2,600 ล้านบาทธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์ เปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจในปัจจุบันของภาคการผลิตร่วงลงสู่ระดับ -4 ในเดือนก.พ. หลังจากอยู่ที่ระดับ 2 ในเดือนม.ค. เพราะได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และอุปสงค์ที่อ่อนแอ รวมทั้งการดิ่งลงของราคาพลังงาน。

ผลการดำเนินงานในปี 58 บริษัทมีรายได้รวม 2,625 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 8.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 2,858 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 301 ล้านบาท ลดลง 16.7%% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 361 ล้านบาท เนื่องมาจากปัจจัยการชะลอตัวของประเทศอินโดนีเซียและจีน ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าหลักนักลงทุนจับตาดูผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดทำประชามติของอังกฤษ ขณะที่นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษกล่าวว่า ธนาคารกลางกำลังเตรียมแผนฉุกเฉินสำหรับผลพวงที่จะเกิดขึ้นหลังการจัดทำประชามติเพื่อให้ประชาชนมีส่วนในการชี้ขาดร่วมกันว่า อังกฤษจะยังคงเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ต่อไปหรือไม่กลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: คาดช่วงบ่ายแกว่งตัวในกรอบระหว่างแดนบวกกับแดนลบต่อ โดยรวมยังไม่มีปัจจัยที่อาจเข้ามามีผลต่อการเคลื่อนไหวตลาดในช่วงนี้มากนัก การย่อตัวลงของ SET index วันนี้คาดเป็นแค่การพักฐานในระยะสั้น นักลงทุนสามารถเล่นเก็งกำไรตามทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีได้ โดยแนวต้านระหว่างวันอยู่ที่ระดับ 1327 และ 1340 จุด ในขณะที่การย่อตัวลงมีแนวรับที่ 1320 และ 1310 จุด หุ้นแนะนำทางเทคนิคบ่ายนี้ได้แก่ SIRI (รับ 1.55 ต้าน 1.65 cut 1.53) และ TCAP (รับ 37.5 ต้าน 38.5 cut 36.0)โครงการ Senior Living Project เป็นโครงการสร้างชุมชนสำหรับคนที่ใช้ชีวิตหลังเกษียณ โดยจะเป็นไปในรูปแบบการทำสัญญาเช่ากำหนดระยะเวลาเช่าตลอดชีวิตของผู้เช่า จำนวน 43 ยูนิต โดยแบ่งเป็นบ้านเดี่ยวแบบวิลล่าจำนวน 11 หลัง บ้านแฝดจำนวน 2 หลัง และอพาร์ตเม้นต์จำนวน 30 ห้อง ซึ่งอยู่บนอาคาร 3 ชั้น จำนวน 3 หลัง หลังละ 10 ห้อง อัตราค่าเช่าเบื้องต้น 8,935,000-14,296,000 บาทต่อหนึ่งหลัง (หรือ 250,000-400,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งหลัง อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 35.74 บาท) นักลงทุนจับตาดูผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดทำประชามติของอังกฤษ ขณะที่นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษกล่าวว่า ธนาคารกลางกำลังเตรียมแผนฉุกเฉินสำหรับผลพวงที่จะเกิดขึ้นหลังการจัดทำประชามติเพื่อให้ประชาชนมีส่วนในการชี้ขาดร่วมกันว่า อังกฤษจะยังคงเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ต่อไปหรือไม่ขณะที่ราคาหุ้น WORK ปิดตลาดวันนี้ที่ 35 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขายที่ 15.29 ล้านบาท มีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 28.57%,ERW Tradingแนวต้านแรก 4.06 บาทแนวต้านถัดไป 4.40 บาทจุดลดความเสี่ยงหากหลุด 3.92 บาทโดยเกณฑ์ที่จะมีการปรับปรุงเบื้องต้น ได้แก่ ในส่วนของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนใน SET จะต้องมีทุนจดทะเบียนสูงกว่า 500 ล้านบาท จากเกณฑ์เดิมไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท โดยหากใช้เกณฑ์มาร์เก็ตแคปจะต้องมีมูลค่ามาร์เก็ตแคปไม่ต่ำกว่า 7,500 ล้านบาท จากเดิมไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท, ฮั่งเส็งเปิดพุ่ง 291.20 จุด รับข้อมูลสหรัฐสดใส,ราคาน้ำมัน ราชกิจจาฯ เผยแพร่พ.ร.ฎ.ว่าด้วยมาตรการภาษีส่งเสริมลงทุนผ่านกองทรัสต์ ปีนี้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยอานิสงส์จากแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ที่เป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้ภาคอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวตามไปด้วย อีกทั้งนโยบายต่างๆ จากทางภาครัฐที่ช่วงเร่งสร้างความมั่นใจผู้บริโภคให้เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีสัญญาณการปรับตัวไปในทางที่ดี ดังนั้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ก็น่าจะมีสัญญาณที่ดีไปตามภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ นายอนุพงษ์ กล่าวWORK ยังไม่ได้แจ้งผลประกอบการในปี 58 แต่ในช่วง 9 เดือนแรกปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 155.76 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1.75 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นรายได้จากรายการโทรทัศน์มากถึง 1.53 พันล้านบาท การจะไปให้ถึงยอดเขาในคราวเดียวจึงเป็นไปได้ยาก ทำให้บางครั้งต้องถอยลงมา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราล้มเหลว เราถอยลงมาเพื่อศึกษาปัจจัยแวดล้อม ในที่นี้คือศึกษาตลาด, ความต้องการของผู้ชม/ลูกค้า, คู่แข่ง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการปรับตัวเพื่อไปสู่ยอดเขา สู่จุดหมายที่เราตั้งเป้าไว้ สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯและบริษัทย่อยสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีกำไรสุทธิ 247.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.20% จากปี 2557 โดยมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 859.35 ล้านบาท ลดลง 1.47% โดยมีรายได้จากสิ่งพิมพ์อยู่ที่ 506.22 ล้านบาท ลดลง 7.19% และบริษัทย่อยมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 353.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.08% BJCHI ฟอร์มดี! กำไรปี 58 โต 32% มาที่ 1.31 พันลบ. เตรียมแจกปันผล 0.50 บ./หุ้นคำค้นTNS บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320, ANAN ตั้งเป้าปี 59 รายได้ 1.55 หมื่นลบ. จ่อเปิด 12 โครงการใหม่ 2.2 หมื่นลบ.พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ก.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดอัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 มี.ค.2559 กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 19 พ.ค. 2559。

Trump’s encouragement of white supremacy and his strident anti-China rhetoric proved a toxic combination for Asian Americans.

How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America
Credit: Official White House photo by Tia Dufour

If there is anything that can be more callous, more vicious, and more capable of gripping and crushing people’s hearts during the pandemic than the COVID-19 virus, hate crimes and xenophobic violence against racial minorities and vulnerable groups are definitely at the top of the list.

Anti-Asian violence has surged in the United States during the COVID-19 pandemic and the trend has yet to show any significant signs of abating. A large number of verbal and physical attacks against Asian Americans have been reported, especially since last year. The most notorious example was the mass shooting in Atlanta on March 16, when Robert Aaron Long, a 21-year-old white man, killed eight people, of which six were Asian women. In a news report covering this cold-blooded shooting, Australia Broadcasting Corporation (ABC) said the shooting brought new urgency to the outrage against former President Donald Trump’s racist rhetoric against Asian Americans, and particularly Chinese Americans.

According to the Pew Research Center, Chinese Americans are the largest Asian origin group in the U.S., making up 23 percent of the country’s Asian population, or 5.4 million people. Asian Americans are projected to be the nation’s largest immigrant group by the middle of the century.

But now anger, fear, uncertainty, and loss are gripping many Asian American communities in the United States. According to another Pew Research survey in April 2021, 32 percent of Asian adults who participated in the survey say they have feared being threatened or physically attacked, while 81 percent say violence against Asian Americans is increasing. One in five U.S. Asians cites former President Donald Trump as the main reason for the rise in violence against Asian Americans.

On many issues, including immigration and race, Donald Trump has ignited intemperate anger in many Americans, some of whom seem to hold very xenophobic or even extremist stands and viewpoints. Alejandro Mayorkas, the U.S. secretary of homeland security, claimed that domestic violent extremism poses the most lethal and persistent terrorism-related threat to the United States today. The brutality and the widespread fear it created in many Asian communities in the U.S. suggest that hate crimes in the form of random, unprovoked, and undifferentiated violence against Asian Americans should be considered a part of the threat Mayorkas mentioned.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In the present reality, if you are an ethnic Asian who happens to live in the United States, you may need to watch over your shoulder even when going out jogging or shopping.

“Hate crimes were on the rise even before COVID,” Dr. John Merrill, a non-resident scholar at George Washington Institute for Korean Studies, George Washington University, told The Diplomat in an interview. “A large part of the blame was Trump’s habitual use of racially charged expressions.”

Many have cited former President Trump as one of the top reasons for the widespread and rapid growth of violence against Asian Americans, especially since the outbreak of the COVID-19 pandemic.

According to a recently released report by the Center for the Study of Hate & Extremism at California State University, San Bernardino, anti-Asian hate crimes in 16 of the largest U.S. cities increased 145 percent in 2020. Quoting FBI data, the report indicates that anti-Asian hate crime incidents surged notably during the Trump administration after an overall and continuous drop since the mid-1990s.

Even though the World Health Organization has made it clear that place-specific disease names could provoke a backlash against members of particular religious or ethnic communities and may bring serious consequences for peoples’ lives and livelihoods, Trump and several members of his administration repeatedly used very racist terms in addressing the COVID-19 pandemic. That did not happen in a vacuum: U.S. domestic xenophobic resentments had been on the rise even before the pandemic, especially since Trump took office. As Angela Gover, Shannon Harper, and Lynn Langton pointed out in a paper published in the American Journal of Criminal Justice, the prejudiced attitudes and actions on the individual level may be significantly reinforced by institutional-level support during times of crisis or great change, including the coronavirus pandemic.

A peer-reviewed journal, the American Journal of Public Health, has also published a study on the association of Trump’s racist tweets with anti-Asian sentiments. The study, which was conducted by a group of scholars at the University of California San Francisco, claims that “When comparing the week before March 16, 2020, to the week after, there was a significantly greater increase in anti-Asian hashtags associated with #chinesevirus compared with #covid19.” According to the study, Trump’s tweet about the “Chinese virus” on that date “was directly responsible for a major increase in anti-Asian hashtags… and the use of terms like ‘Chinese virus’ and ‘kung flu,’ which Trump publicly said at a rally in June (2020), have come alongside a rise in racist sentiment toward Asians in the U.S.”

Also, Elliot Benjamin, a scholar at Capella University at Minneapolis in Minnesota, examined the relationship between Trump and the coronavirus pandemic in the context of xenophobia against Asian Americans. Benjamin pointed out that many of the statements and policies by Donald Trump are “completely antithetical to the basic premises of humanistic psychology that involve engaging in empathic, authentic relationships with people.”

Trump himself, predictably, resisted any responsibility, as the following exchange, from a press conference in March last year, reveals:

Question: What’s the concrete measure that you’re taking to combat the hate crimes against Asian (Americans)?

THE PRESIDENT: Well, I don’t know. All I know is this: Asian Americans in our country are doing fantastically well.

How could Trump’s words and deeds, particularly his name-calling and finger-pointing amid the pandemic, lead to such a shocking rise in Anti-Asian hate crimes? Trump’s comments must be seen in the context of his embrace of white supremacy as a weapon in his war against everything and everyone he dislikes, including the non-white immigrants and minority racial groups.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In an analysis for CNN, Vivien Tsou, national field director for the National Asian Pacific American Women’s Forum, argued that Asian Americans “did not face distinct peril but were targeted by the same forces of hate endured by Black Americans.” As Tsou said, “it all stems from White Supremacy.” The analysis also pointed that “even though Trump is no longer in office, much of the Republican Party can’t shake its relish for raising the specter of outsiders – often people of color – while hinting that they threaten majority White American culture.”

“[H]ate crimes against newly arrived immigrants have been around for a long time. Over the years, different minorities were targeted – whether they were Chinese, Irish, Italian, or Jewish-American,” Merrill told The Diplomat. “When there were fears about a new contagious disease and if the public perceived an association with a specific ethnic group, existing prejudices were exacerbated and hate crimes increased. In recent years, we’ve seen this happen with AIDS and Haitians; SARS and Chinese; and Ebola and West Africans.”

As a maverick political figure with a sizeable popularity base, Trump’s words and deeds, even when they shock the conscience, often generate lasting consequences. For example, amid all the finger-pointing at China and allegations that the Chinese are stealing American jobs, Trump and his administration started an unprecedented trade war with China. This has yet to bring many jobs back to the United States, however, as it is U.S. companies themselves, driven by the force of market competition, that are “stealing” American jobs.

More recently, by constantly blaming China for the pandemic, using racist terms like “Chinese virus” and “kung flu,” Trump reignited and further aggravated the long-held and deeply entrenched xenophobic resentment in U.S. society, which he and his party could use for various political ends. It’s notable that, when the U.S. House of Representatives passed a non-binding resolution in September 2020 to denounce anti-Asian racism, including terms like the “Wuhan virus,” 164 Republicans voted against it, and only 14 voted in favor. More recently, Congress overwhelmingly passed new legislation addressing the rise in hate crimes against Asian Americans. Every single vote against the bill came from Republicans.

For now, it appears that Trump has left Biden with an overall acceptable blueprint and framework for approaching relations with China, now perceived as the United States’ primary peer competitor. But with respect to fighting the pandemic and especially dealing with the surging domestic racial conflicts and hate crimes, including those against Asian Americans, Trump has left the Biden administration a complete mess. The big problem is how to fight rising attacks and harassment against racial groups amid cresting white nationalism and domestic extremism. To note, the number of hate incidents reported to Stop AAPI Hate, an organization created in 2020, increased significantly from 3,795 to 6,603 during March 2021.

Merrill was encouraged by the recent legislation, calling it “a good first step in reducing Anti-Asian hate crimes.” But he expressed concern that “the current wave of anti-Asian violence will end only when the pandemic is over.”

“Conceivably, it could even get worse before it gets better, especially if the lab-leak theory of COVID’s origin gains more traction,” Merrill added.

Indeed, even as I was working on this article, my cellphone suddenly alerted me that a 55-year-old Chinese woman had been “knocked out in unprovoked attack in NYC’s Chinatown” on June 1.