Interviews | Diplomacy | Politics | East Asia

20 super hot slot machine online free: Former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale on the Tiananmen Square Massacre

เกม สล็อต แคน ดี้,ราคาหุ้นบริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1.10 บาท ลบ 0.02 บาท หรือ 1.79% สูงสุด 1.13 บาท ต่ำสุด 1.09 บาท มูลค่าการซื้อขาย 24.58 ล้านบาทแนวรับ 885-888* แนวต้าน 897-900นอกจากนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรต่างประเทศเพื่อร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตสินค้าในเครือเพิ่มเติม เช่น กุนเชียง และหมูหยอง เป็นต้น โดยอยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตร 1 รายเพื่อตั้งโรงงานในสหรัฐ คาดว่าจะเดือน ธ.ค.น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งบริษัทเตรียมงบลงทุนเบื้องต้นราว 100 ล้านบาท และยังสนใจหาพันธมิตรเพิ่มเติมใน AEC ด้วยขณะที่ธุรกิจอีกด้านคือธุรกิจมีเดีย ในปีนี้นั้นได้ ทำการล้างบ้านครั้งใหญ่โดยเน้นตัดธุรกิจที่ไม่ทำกำไรและเป็นธุรกิจ sunset ออกทั้งหมด โดยเฉพาะธุรกิจ cable tv และจะผันตัวเองไปเน้นการเป็น content provider ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแทน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี COL ปรับโมเดลธุรกิจออนไลน์ช้อปปิ้งหวังดันกำไรปี 59 โตปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างรอเข้าประมูลงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการก่อสร้าง Submarine Cable ไปยังเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่างาน 1,700 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเปิดประมูล รวมถึงโครงการก่อสร้าง Submarine Cable ไปยังเกาะสมุย Phase 4 มูลค่างาน 2,300 ล้านบาท ที่รอเสนอเข้า ครม.เช่นกัน เกาะติดหุ้นเด็ด เด็กแนว ราคาปิดประจำวันที่ 16 พ.ย. 58สำหรับกองรีสท์ WHABT ยังมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน โดยคาดว่าประมาณ 6.2% ในปีแรก และจะมีการจ่ายเงินปันผลไตรมาสละครั้ง ซึ่งหากพิจารณาแล้วเห็นได้กว่ากองรีทส์ WHABT ให้ผลตอบแทนสูง เมื่อเทียบกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในอาคารสำนักงานให้เช่ารายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นในรูปแบบสิทธิการเช่าที่ดิน (Leasehold) มีอายุ 30 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทนสุทธิเพียง 4-5% (เมื่อนำส่วนการลดลงของอายุสิทธิการเช่าออกจากผลตอบแทน) แต่ในขณะที่ WHABT มีทรัพย์สินที่เป็นFreehold เป็นส่วนใหญ่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธุรกิจเดินทาง โดยหุ้นแอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม ร่วงลง 5.7% หุ้นแอโรพอร์ทส์ เดอ ปารีส ดิ่งลง 3.7% ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ประจำวันที่ 27-28 ต.ค. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อจับสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหรือไม่,ราคาหุ้นบริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 5.60 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 1.82% สูงสุด 5.60 บาท ต่ำสุด 5.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 36.16 ล้านบาทIMPACT(+) TRUE CPF TOP TASCO INTUCH TCAP DIF PLAT CBG TIPCO IMPACT TSR KCE BLA EPG VIBHAโดยนายวิโรจน์ วชิรเดชกุล ได้แจ้งลาออกจากตำแหน่งของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท รวมทั้งตำแหน่งกรรมการ และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท, บริษัท ทีเอสเอฟ แมนเนจเม้นท์ จำกัดและบริษัท ทีเอสเอฟ เอนเนอร์จี จำกัด ( บริษัทย่อย ) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป SET ปิดบวก 6 จุด JAS ซื้อ-ขายสูงสุด 3.6 พันลบ. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินกรอบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2559 ในเบื้องต้นไว้ที่ 2.5-3.5% (ค่ากลางกรณีพื้นฐานที่ 3%) ตลท.ขึ้น SP-NP หุ้น EMC-SSI-TT T ผู้สอบบัญชีไม่ให้ความเชื่อมั่นงบฯโดยแรงขับเคลื่อนที่สำคัญจะมาจากความต่อเนื่องของการใช้จ่ายเม็ดเงินของภาครัฐ รวมถึงเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นการเยียวยาประชาชนผู้มีรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็ก ตลอดจนการเร่งดำเนินโครงการลงทุนขนาดเล็กของภาครัฐในหลายๆ ส่วน เพื่อช่วยพลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมในทุกภูมิภาค,ด้านการรุกตลาดในต่างประเทศ บริษัทยังคงบริหารงานโดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการขยายตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะในแถบประเทศที่กำลังพัฒนาในโซนแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง เนื่องจากยังมีความต้องการใช้แก๊ส LPG เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ขยายตัว ประกอบกับราคา LPG ในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลง ทำให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนหันมาใช้แก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิงมากขึ้น จึงมองว่าเป็นโอกาสในการขยายฐานสร้างรายได้ให้กว้างยิ่งขึ้นนายธิติพงศ์ ตั้งพูนผลวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GEL เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/58 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 3/58 จากการรับรู้งานในมือที่มีอยู่ รวมถึงรับอานิสงส์จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ประกอบกับการมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ。 แนวรับ 1365* แนวต้าน 1376-1380แนะนำซื้อเก็งกำไร ระยะสั้นการแกว่งตัวแท่งเทียน สร้างฐานราคา 5.10 ได้อย่างมีนัยสำคัญ การแกว่งตัวผ่านยืน SMA 25 วัน 5.25-5.30 เป็นสัญญาณซื้อเก็งกำไรตาม โดยมีเป้าหมายแรกที่ 6.00 และมี 5.20 เป็นจุดตัดขาดทุนกราฟของ IRCP อ่อนตัวลงสะท้อนผลประกอบการที่ชะลอตัว จนราคามาทดสอบแนวรับ 6 บาท ที่เป็นระดับ low ของเดือนที่ผ่านมา และเข้าสู่ Oversold ใน Stoch ซึ่งจะทำให้เกิดการดีดตัวได้ง่าย โดยแท่งเทียนเริ่มทรงตัวขึ้น คาดหมายสร้างรูปแบบ W-shape มีแนวต้าน 7 บาท แนะนำเก็งกำไร。

ความเห็น: เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาส 3 ออกมาเด่น P/E ต่ำ,โดยมีทั้งหมด 6 หลักทรัพย์ดังนี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 1,300 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้ปีนี้ประมาณ 30% และที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในปีหน้า ขณะเดียวกันยังเดินหน้าประมูลงานใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับบริษัทขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2558 มีรายได้รวม 745.42 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 3.25 โดยมีกำไรสุทธิ 54.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.68 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 77.36% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 30.61 ล้านบาท รวมทั้งสูงกว่ากำไรสุทธิทั้งปีของปี 2557 ที่มีจำนวน 51.84 ล้านบาทส่วนดอลลาร์สหรัฐยังคงปรับตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินเดือนหน้า เนื่องจากเส้นทางการฟื้นตัวที่ยังเปราะบางของเศรษฐกิจโลก และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต (ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน) อาจทำให้การฟื้นตัวของภาคการส่งออกยังคงอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ปัญหาภัยแล้งที่น่าจะลากยาวข้ามปีจะยังคงเพิ่มแรงกดดันต่อผลผลิตและรายได้ในภาคการเกษตร บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ LVTทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดได้เพิ่มขึ้นเป็นผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามส่วน รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากต้นทุนทางการเงิน,ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย,ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์,ค่าใช้จ่ายด้านบุคคลกร และอื่นๆ เนื่องจากบริษัทมีการเร่งการขาย,อีกทั้งดาวเทียมไทยคม 9 คาดจะสามารถยิงขึ้นสู่วงโคจรได้ในปี 62 ซึ่งจะเป็นตำแหน่งเดียวกันกับ IPSTAR1 หรือพิกัดที่ 119.5 องศาตะวันออก ซึ่งแผนการลงทุนของขนาดดาวเทียมไทยคม 9 จะสรุปได้ในต้นปีหน้า โดยมีลูกค้าประเทศญี่ปุ่น และไทยขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 186.57 ล้านบาท หรือ 0.604 บาทต่อหุ้น ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 226.99 ล้านบาท หรือ 0.735 บาทต่อหุ้น,บริษัท อาดามัส อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ADAM ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันศุกร์ อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจำหน่ายหุ้นกีธา ทั้งหมด 99.99% ให้กับบริษัทที่จะจัดตั้งโดย Ace Precision Investment Limited ซึ่งเป็นผู้จะซื้อ และไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกับบริษัท ในราคาประมาณหุ้นละ 39.45 บาท รวมเป็นมูลค่า 868 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนม.ค.-ก.พ.59 สื่อตปท.เผยตลาดหุ้นฝรั่งเศสวางแผนเปิดทำการปกติวันนี้ แม้เกิดเหตุก่อการร้ายขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 59 จะเติบโต 6-7% ตามปริมาณการเติมน้ำมันที่คาดว่าจะขยายตัวได้ราว 5% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีปริมาณการเติมอยู่ที่ 5,300 ล้านลิตร โดยคาดว่าปริมาณการเติมในสนามบินสุวรรณภูมิ เติบโต 4-5% และสนามบินดอนเมืองเติบโต 10% โดยบริษัทมองว่าสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยก็ได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวไว้ค่อนข้างดีซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นสำหรับแผนการดำเนินงานด้านการผลิตและออกแบบในช่วงที่เหลือของปี 58 บริษัทจะลงทุนในเครื่องจักรและอาคารในส่วนของการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ให้สมบูรณ์มากขึ้น อีกทั้งจะเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีการออกแบบสินค้าประเภทสีต่างๆและตกแต่งลวดลาย เพื่อเพิ่มมูลค่าของตัวผลิตภัณฑ์ และปรับตัวรับเทรนด์ตลาด ซึ่งนิยมผลิตภัณฑ์ตกแต่งมากขึ้น ,นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม คาดว่าการขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ประมาณ 3% จากไตรมาส 3/58 ที่ GDP อยู่ที่ 2.9% โดยได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งจะมีงบลงทุนของกรมทางหลวง 2.5 หมื่นล้านบาท และกรมทางทางหลวงชนบท งบลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท รวมงบลงทุน 4 หมื่นล้านบาทมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 37,410.36 ล้านบาทผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ล่าสุด ซึ่งจัดทำโดย CMEGroup s Fedwatch ระบุว่า โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นั้น มีสูงถึง 68% โดยเฟดได้ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับใกล้ 0% นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008,ความเห็น: เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาส 3 ออกมาเด่น P/E ต่ำ7.บริษัท ไวส์วูดส์ จำกัด ได้รับการส่งเสริมในกิจการผลิตแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง ( MEDIUM DENSITY FIBERBOARD ) เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,100 ล้านบาท ตั้งกิจการที่จังหวัดเพชรบุรี โดยแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลางนี้ จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องเรือน และวัสดุก่อสร้าง ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเช่น เศษไม้ กิ่งไม้ ปีกไม้ยางพารา มูลค่าประมาณ 1,158 ล้านบาทต่อปี สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศจากการส่งออกร้อยละ 80 ส่วนร้าน แซบ เอ็กเพรส ในปี 59 จะปรับรูปแบบรวมเป็นร้านข้าวแกงและอาหารพร้อมทานอื่น ๆ ผนวกเข้าไปด้วย หรืออาจเปิดคู่กันไป เน้นอาหารประจำวันมากขึ้น คาดว่าจะเปิดได้หลายอีก 10 แห่ง จากปัจจุบันมี 6 สาขา เนื่องจากการศึกษาวิจัยพบว่าอาหารพร้อมทานให้อัตรากำไรสุทธิสูงถึง 10-12% และในปีหน้าน่าจะสูงขึ้น หลังจากต้นทุนต่าง ๆ คงที่ ขณะที่ธุรกิจเดิมมีอัตรากำไรสุทธิ 5%CPF ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนขึ้นมา ด้วยแท่งเทียน Morning Star พร้อมปริมาณการซื้อขายสูง เครื่องมือ MACD ตัด Signal กำลังทดสอบแนว Downtrend Line บริเวณ 21.30 บาท ผ่านได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่บริเวณ 22.00 บาท。

“For a brief moment in time there was a spirit of openness and questioning, and I saw a side of the Chinese people that I have had no occasion to see again.”

Former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale on the Tiananmen Square Massacre
Credit: Flickr/AK Rockefeller

Reflecting on the brutal 1989 crackdown by the People’s Liberation Army on protesting students and activists who had occupied Beijing’s sprawling Tiananmen Square, Chinese writer Ma Jian once wrote “We were all victims of the massacre, whether we survived 4 June or not. Fear and avarice were crushing morality.” More than three decades later, as news of the Chinese Communist Party’s (CCP) repression in Xinjiang and Hong Kong becomes alarmingly commonplace, it is hard not to think of the past as prologue, that massacre was harbinger of the CCP’s slow but steady turn toward totalitarianism, now so starkly evident. The party’s fear and avarice continue to crush morality, with even greater impunity.

But because of this very link between the CCP’s past and present penchant for brutal silencing of dissenting voices, interest in the events of the spring of 1989 continues unabated, with new accounts of the massacre and the events leading up to it emerging in the recent years. A new book, “Tiananmen Square, The Making of a Protest: A Diplomat Looks Back,” by former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale greatly adds to this collection. A diplomat’s analysis shaped by firsthand experience – Gokhale was posted in the Indian Embassy in Beijing at the time, and later served as India’s ambassador to China – the book is, simultaneously, an excellent introduction to a tumultuous period in CCP history as well as a window into how senior Indian officials view the party and its beliefs.

In an email interview with The Diplomat’s Security & Defense Editor Abhijnan Rej, Gokhale discusses the massacre, how it was perceived abroad, and the long shadow it cast over China’s subsequent evolution.

You were posted in Beijing as an Indian diplomat during the events of 1989 in Tiananmen Square. What is the one memory from that time that is still vivid for you?

This event was a defining moment in Chinese politics. I still vividly recall the situation as if it were yesterday, and have dwelt on it in my new book. The abiding memory is of the thousands of Chinese students who came to the Square day after day to demonstrate peacefully. For a brief moment in time there was a spirit of openness and questioning, and I saw a side of the Chinese people that I have had no occasion to see again.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

What was the thinking in New Delhi both about the short- as well as long-term impact of the massacre on China’s domestic trajectory and international relations?

After a long gap of 34 years, India had restarted the dialogue with China at the highest level after Prime Minister Rajiv Gandhi’s visit in December 1988. In the short term, the government in New Delhi was concerned that the newly established equation might be disturbed by these political developments. Public consciousness in India about the developments in China was not as high as in the West and, therefore, the happenings in Tiananmen [Square] did not evoke the sort of interest and introspection as it did elsewhere. The Tiananmen Incident did not disrupt India-China relations and, in fact, marked the beginning of a new modus vivendi that survived until very recently.

At one point in your book, you write that following the dissolution of the Soviet Union, “The Chinese leadership drew the inference that America, and the West, in general, desired to effect regime change in communist states.” Decades later, how prevalent is that sentiment in China?

Since American Secretary of State John Foster Dulles talked about the desire of the West to effect “peaceful evolution” in Communist countries in the direction of democracy, the Chinese leadership has always believed that the West desires regime change. This view was reinforced by the Tiananmen protests, behind which the Chinese leadership saw a “foreign hand.” The collapse of the Soviet Union shocked them, and it became a subject for deep reflection and learning. The principal takeaway is that the Soviet Union collapsed because it had turned its back on its own historical and ideological experiences, and that China should remain true to its core belief in Chinese style socialism under the absolute leadership of the Chinese Communist Party (CPC). The correctness of this “line” is being reiterated under Xi Jinping as the CPC begins the second 100 years of its existence.

You also talk about the May 21, 1989 meeting after martial law had been imposed in Beijing where Deng Xiaoping and other senior leaders concluded that political reforms would be a no-go area. To what extent could Western powers discern this stance at that time?

I am certain that the West quickly realized that a factional struggle was underway in the Communist Party of China, and that [then CPC general secretary] Zhao Ziyang’s dismissal would likely lead to a doubling down on any sort of political liberalization. I do not believe that the West, therefore, entertained any illusions about democracy happening any time soon. If there was a misperception by the West it lay in the expectation that China might become more “normal” and thus amenable to Western influences, with engagement and economic progress. For such reason, the West tended to give them the benefit of the doubt until it was too late. In the past decade it has become clearer that the Communist Party of China is unlikely to “Westernize,” and now a policy adjustment is underway on both sides.

Turning to the present, to what extent do you assess increased centralization of power in the hands of Xi Jinping as a contributor to Chinese intransigence, both at home and abroad? Is Xi’s need to appear uncompromising part of his political survival strategy?

At one level, Xi is significantly centralizing authority. His actions appear as a reversal of Deng Xiaoping’s efforts to institutionalize the distribution of responsibilities and diffusion of power in the top leadership. At another level, however, Xi firmly holds as Deng also did, that the survival of the Communist Party must take precedence over all other factors. His current efforts at centralization, rectification, and re-education of cadres, and promotion of party history and values, ought to be viewed in this light. I think Xi regards it as his historical responsibility, and destiny, to keep the flag flying for the CPC by passing the “red gene” of communism onto the next generations. What might be viewed from the outside as a new phase of centralization, could well be survival strategy.

To your mind, what is the single biggest lacunae in contemporary analyses of China’s medium- and long-term trajectory? ?

We need to thoroughly disabuse ourselves of the notion that the Chinese reason and behave like the West, or even India. They are an old civilization with a long-standing strategic culture and a distinct worldview that is different from that of others. A more in-depth study is needed to isolate and identify the impulses and triggers for action. The West has excellent talent and resources while India has the better civilizational understanding, and collaborative efforts at analysis might yield a more accurate set of benchmarks to determine the long-term trajectory.